แค่ร้อนขึ้น 2 องศาฯ โลกอาจพังเร็วกว่าคิด!

ภาวะโลกร้อนที่เพิ่มขึ้นเพียง 2 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม อาจดูเหมือนเป็นตัวเลขที่ไม่สูงมากนักในสายตาของคนทั่วไป แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศแล้ว นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจนำไปสู่ผลกระทบรุนแรงต่อโลกทั้งระบบ งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature ระบุว่า แม้โลกจะร้อนขึ้นเพียง 2 องศา ก็อาจเกิดผลกระทบที่รุนแรงไม่ต่างจากโลกที่ร้อนขึ้นถึง 3 หรือ 4 องศาได้ ซึ่งเป็นข้อค้นพบที่ท้าทายความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับ “ภาวะโลกร้อนระดับปานกลาง” อย่างชัดเจน
Jana Sillmann นักวิจัยจาก CICERO Center for International Climate Research ร่วมกับนักวิจัยจากเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ ได้ศึกษาความเสี่ยงของภาวะโลกร้อนในระดับ 2 องศา โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ภัยแล้งในพื้นที่เกษตรสำคัญของโลก ฝนตกหนักและน้ำท่วมในเขตเมือง และสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าไม้ งานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลจากแบบจำลองสภาพภูมิอากาศระดับโลกในโครงการ CMIP6 ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ใช้ในรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC
ที่ผ่านมา รายงานด้านภูมิอากาศมักใช้ “ค่าเฉลี่ย” จากแบบจำลองจำนวนมากเพื่อคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต แต่ Sillmann ชี้ว่า การมองเพียงค่าเฉลี่ยอาจทำให้ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป เพราะภายในค่าเฉลี่ยนั้นมีความแตกต่างอย่างมาก แต่ละแบบจำลองล้วนสะท้อนความเป็นไปได้ที่สมจริง และบางแบบจำลองคาดการณ์ผลกระทบที่รุนแรงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างชัดเจน แม้จะอยู่ในโลกที่ร้อนขึ้นเพียง 2 องศาเท่านั้น
ในด้านความมั่นคงทางอาหาร นักวิจัยพบว่า หากโลกร้อนขึ้น 2 องศา ความถี่ของภัยแล้งในพื้นที่สำคัญต่อการผลิตอาหาร เช่น แหล่งปลูกข้าว ข้าวสาลี ถั่วเหลือง และข้าวโพด อาจเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม ขณะที่หากโลกร้อนขึ้น 3 หรือ 4 องศา ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม บางแบบจำลองกลับคาดการณ์ว่าภัยแล้งอาจเพิ่มขึ้นถึง 20, 30 หรือแม้แต่ 50 เปอร์เซ็นต์ แม้โลกจะร้อนขึ้นเพียง 2 องศา ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ร้อนขึ้น 4 องศาเสียอีก
สำหรับความเสี่ยงด้านน้ำท่วม นักวิจัยศึกษาปริมาณฝนสูงสุดในช่วง 5 วันติดต่อกันในเขตเมือง พบว่าโดยเฉลี่ย ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ในโลกที่ร้อนขึ้น 2 องศา แต่บางแบบจำลองประเมินว่าอาจเพิ่มขึ้นถึง 14 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งใกล้เคียงกับโลกที่ร้อนขึ้น 3 องศา หากสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจริง เมืองใหญ่ในอินเดีย บางส่วนของยุโรป และเอเชียตะวันออก จะเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในด้านไฟป่า ความแตกต่างระหว่างแบบจำลองยิ่งชัดเจนมากขึ้น โดยในกรณีเลวร้ายที่สุด สภาพอากาศที่เอื้อต่อการเกิดไฟป่าอาจเพิ่มขึ้นมากกว่ากรณีดีที่สุดถึง 4 เท่า และบางการคาดการณ์ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ร้อนขึ้น 3 องศาเสียอีก พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ป่าฝนเขตร้อน อเมริกาเหนือ ยุโรปเหนือ และเอเชียเหนือ ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่สำคัญต่อระบบนิเวศของโลก
นักวิจัยจึงย้ำว่า การประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศไม่ควรพิจารณาเพียงค่าเฉลี่ย แต่ต้องคำนึงถึงทั้งกรณีดีที่สุดและกรณีเลวร้ายที่สุด เพื่อให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถเตรียมรับมือได้อย่างรอบด้าน Cecilie Mauritzen นักวิจัยด้านภูมิอากาศจาก Norwegian Meteorological Institute ซึ่งไม่ได้ร่วมในงานวิจัยนี้ เห็นว่างานชิ้นนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นการเปลี่ยนจากแนวคิดเดิมที่ใช้หลักประชาธิปไตย หรือการเฉลี่ยผลจากทุกแบบจำลองอย่างเท่าเทียม ไปสู่การคัดเลือกแบบจำลองที่เหมาะสมและแม่นยำกับประเด็นที่ศึกษาโดยเฉพาะ
กล่าวได้ว่า ภาวะโลกร้อน 2 องศาไม่ใช่ระดับที่ปลอดภัยอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะแม้จะดูเป็นตัวเลขไม่มาก แต่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกลับรุนแรงและซับซ้อนกว่าที่คาดไว้มาก ทั้งต่อความมั่นคงทางอาหาร เมืองใหญ่ และระบบนิเวศทั่วโลก งานวิจัยนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า โลกไม่จำเป็นต้องรอให้ร้อนขึ้นถึง 4 องศาเพื่อเผชิญวิกฤต เพราะเพียง 2 องศา ก็อาจเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตของมนุษยชาติอย่างถาวรแล้ว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
