รีเซต

หลายชาติยุโรปเริ่มกลับสู่ชีวิตปกติ หลังผู้ป่วยหนัก-เสียชีวิตจากโอมิครอนไม่สูงอย่างที่คิด

หลายชาติยุโรปเริ่มกลับสู่ชีวิตปกติ หลังผู้ป่วยหนัก-เสียชีวิตจากโอมิครอนไม่สูงอย่างที่คิด
TNN ช่อง16
18 มกราคม 2565 ( 14:57 )
32
หลายชาติยุโรปเริ่มกลับสู่ชีวิตปกติ หลังผู้ป่วยหนัก-เสียชีวิตจากโอมิครอนไม่สูงอย่างที่คิด

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ ฝรั่งเศสมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เกือบ 300,000 คน ต่อวัน โดยมี "โอมิครอน" กลายเป็นสายพันธุ์หลัก ทำให้เมื่อวันอาทิตย์ สภาล่างของฝรั่งเศสได้อนุมัติมาตรการล่าสุดของรัฐบาลในการยับยั้งการระบาดด้วยการออก "วัคซีนพาส" หรือ "บัตรผ่านวัคซีน" ที่มาแทนที่ "บัตรผ่านสุขภาพ" เพื่อเป็นมาตรการคุมเข้มคนที่ยังไม่ยอมรับวัคซีน


กฎหมายใหม่นี้ จะให้ประชาชนทุกคนต้องแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีนเพื่อเข้าใช้บริการที่สาธารณะต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร, บาร์, ศูนย์วัฒนธรรม, ขึ้นเครื่องบิน รวมถึงการโดยสารรถไฟระยะไกล


ภายใต้กฎหมายนี้ ประชาชนจะไม่สามารถแสดง "ผลตรวจเป็นลบ" ได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนเท่านั้น


ขณะเดียวกัน แม้ยอดติดเชื้อจะพุ่งหลายแสนคน โรงเรียนทุกระดับชั้นในฝรั่งเศสกลับปิดเรียนเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ในช่วงต้นของการระบาด และตอนนี้ก็กลับมาเปิดอีกครั้ง


เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว (13 มกราคม) กลับเกิดเหตุการปรระท้วงของเหล่าครูทั่วประเทศ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อมาตรการป้องกันโควิดในโรงเรียน ที่พวกเขาเห็นว่าไม่มีความสอดคล้อง สับสน และไม่สามารถป้องกันนักเรียนและเจ้าหน้าที่จากการติดเชื้อได้อย่างเหมาะสม


---เดนมาร์ก: ผ่อนคลายคุมเข้มเพิ่มเติม---


ต่างจากกรุงปารีส ที่คุมเข้มคนไม่ฉีดวัคซีน แต่ชีวิตความเป็นอยู่ตามท้องถนนต่าง ๆ ในกรุงโคเปนเฮเกน เกือบจะกลายเป็นปกติแล้ว โดยมีสัญญาณบ่งชี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ว่าเมืองหลวงของเดนมาร์กแห่งนี้ยังคงมียอดติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังสูงอยู่ และสูงมานานหลายสัปดาห์ติดกันแล้ว โดยปัจจุบันอยู่ที่ราว 2,500 คนต่อวัน ขณะที่ผู้ติดเชื้อทั่วประเทศมากกว่า 20,000 ต่อวัน


ขณะเดียวกัน เมื่อวันอาทิตย์ (16 มกราคม) บรรดาสวนสัตว์, สวนสนุก, โรงหนัง และโรงละครต่าง ๆ ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง แต่จะเปิดให้เฉพาะคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว, เคยป่วยและหายแล้ว และคนที่มีผลตรวจเชื้อเป็นลบเท่านั้น


เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเดนมาร์กระบุว่า โอมิครอนทำให้เกิดอาการไม่รุนแรง ขณะที่ผู้ป่วยในห้อง ICU ก็อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว ซึ่งแม้ว่าจำนวนผู้ป่วยยังคงสูง แต่เส้นแนวโน้มของการติดเชื้อรายใหม่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น


ที่สำคัญที่สุด เดนมาร์กมีอัตราการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วสูงกว่า 80% และอีกเกือบ 55% ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว อีกทั้งเร็ว ๆ นี้ กลุ่มเสี่ยงเตรียมจะได้รับวัคซีนเข็มที่ 4 ต่อไป


---สเปน: ไม่นับจำนวนคนติดเชื้อเคร่งครัดเท่าเดิม---


นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชส ของสเปน กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เพื่อป้องกันระบบสาธารณสุขไม่ให้ตึงเครียดจนเกินไป สเปนจะไม่เคร่งครัดในการติดตามจำนวนผู้ติดเชื้อเท่าเดิม เพราะปัจจุบันสเปนมีอัตราการฉีดวัคซีนแล้วมากกว่า 80% อีกทั้งอาการของการติดเชื้อโอมิครอนไม่ได้รุนแรง ทำให้ถึงเวลาแล้วที่ต้องพิจารณาการใช้ชีวิตร่วมกับ "โควิด" เหมือนเช่น "ไข้หวัดใหญ่"


อย่างไรก็ตาม มีคำเตือนจากองค์การอนามัยโลกภาคพื้นยุโรปว่า ยังเร็วเกินไปที่สเปนจะปฏิบัติต่อโควิดเหมือนไข้หวัดใหญ่ เพราะการระบาดยังไม่สิ้นสุดลง และเราไม่รู้ว่ามันจะพาเราไปถึงจุดไหน พร้อมย้ำว่า อัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ยังคงสูงกว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่


---อังกฤษ: ติดเชื้อพุ่ง แต่ไม่ล็อกดาวน์---


สถานการณ์การระบาดในสหราชอาณาจักรก็คล้ายกับหลายประเทศในยุโรป ที่มีการติดเชื้อพุ่ง แม้จะมีการฉีดวัคซีนไปมากแล้วก็ตาม


ผู้เชี่ยวชาญบางคนระบุว่า นี่ใกล้จะถึงจุดจบของการระบาดแล้ว แต่ขณะที่บางส่วนระบุว่ายังคงต้องเฝ้าระวังอยู่


ยอดติดเชื้อรายวันในสหราชอาณาจักรอยู่ที่ราว 170,000 คนต่อวัน แต่ Clive Dix อดีตหัวหน้าหน่วยฉีดวัคซีนของอังกฤษ ออกมาเรียกร้องให้กลับไปชีวิตแบบ "นิวนอร์มอล" ได้แล้ว โดยย้ำว่า โอมิครอน ทำให้มีอัตราการเสียชีวิตใกล้เคียงกับโรคไข้หวัดใหญ่ และต้องการให้มีมาตรการที่เฉพาะเจาะจงไปที่กลุ่มเสี่ยงก็เพียงพอ


สำหรับปัจจุบัน สหราชอาณาจักรฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า 90% และอีกกว่า 60% ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว ซึ่งแม้อัตราการติดเชื้อยังสูง แต่เส้นแนวโน้มเริ่มแบนราบลงแล้ว


และเมื่อวันพฤหัสบดี อังกฤษได้ประกาศลดระยะเวลาการกักตัวสำหรับคนติดเชื้อโควิด-19 จาก 7 วัน ลงเหลือเพียง 5 วัน เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจ, โรงเรียน และโรงพยาบาล ได้รับผลกระทบหนักจนเกินไป เนื่องจากช่วงต้นปีที่ผ่านมา ต้องมีการส่งทหารมากกว่า 200 นายไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ที่ขาดแคลน เนื่องจากต้องกักตัวเป็นเวลานาน

—————

แปล-เรียบเรียง: ภัทร จินตนะกุล

ภาพ: OLI SCARFF / AFP

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง