รีเซต

"กู้ชีพเด็ก 12 ปี" สำเร็จ! รพ.นพรัตนฯ ใช้ “พลาสมาเฟอเรซิส” รักษา "โรคสมองอักเสบจากไข้หวัดใหญ่" รายแรกของ รพ.

"กู้ชีพเด็ก 12 ปี" สำเร็จ! รพ.นพรัตนฯ ใช้ “พลาสมาเฟอเรซิส” รักษา "โรคสมองอักเสบจากไข้หวัดใหญ่" รายแรกของ รพ.
TNN ช่อง16
10 มีนาคม 2569 ( 00:47 )
13

โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ประสบความสำเร็จในการใช้ “พลาสมาเฟอเรซิส“ (Plasmapheresis) ในการรักษาผู้ป่วยเด็กรายแรกของโรงพยาบาลฯ


โรงพยาบาลนพรัตนราชธานีใช้ “พลาสมาเฟอเรซิส” (Plasmapheresis) ในการรักษาเด็กชายอายุ 12 ปี เป็นเคสแรกของโรงพยาบาลฯ ที่ป่วยเป็นโรคสมองอักเสบรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่ (acute necrotizing encephalitis; ANE)  หลังไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาสเตียรอยด์และ IVIG 


ทีมกุมารเวชศาสตร์ พญ. พีรยา วชิโรปถัมภ์ (กุมารแพทยประสาทวิทยา) นพ. ชยุต  ไตรติลานันท์ (กุมารแพทย์โรคไต) และ พว. พรนิภา มณีอินทร์ หัวหน้าหอผู้ป่วยวิกฤตเด็ก ร่วมกับ พว.บุญรักษา เหล่านภาพร หน่วยงานไตเทียม ทำการรักษาอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้ผู้ป่วยเริ่มหายใจเองและมีการตอบสนองทางระบบประสาทดีขึ้น

สำหรับ พลาสมาเฟอเรซิส (Plasmapheresis) ก็คือ "กระบวนการล้างน้ำเหลือง" หรือการแยกพลาสมาที่มีสารก่อโรคออกจากร่างกาย แล้วทดแทนด้วยพลาสมาที่ดีเข้าไปใหม่


หลักการทำงาน (คล้ายการฟอกไตแต่ต่างกันที่ส่วนประกอบ)

1.การแยกเลือด เลือดจะถูกดึงออกจากร่างกายผ่านสายยางเข้าสู่เครื่องล้างพลาสมา

2.การคัดกรอง เครื่องจะทำหน้าที่แยก "เซลล์เม็ดเลือด" (ที่ดี) ออกจาก "พลาสมา" (น้ำเหลืองที่ปนเปื้อนสารก่อโรค เช่น ภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ, สารพิษ หรือโปรตีนที่เป็นอันตราย)

3.การกำจัดและทดแทน พลาสมาที่เสียจะถูกทิ้งไป และร่างกายจะได้รับพลาสมาใหม่ (จากผู้บริจาค) หรือสารทดแทน (เช่น อัลบูมิน) ผสมกลับเข้ากับเม็ดเลือดเดิม

4.การส่งคืน เลือดที่ "สะอาด" แล้วจะถูกส่งกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย


ใช้รักษาโรคอะไรได้บ้าง?

วิธีนี้มักใช้กับโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติหรือมีความรุนแรงสูง เช่น

-โรคสมองอักเสบ (Encephalitis)  ที่เกิดจากภูมิคุ้มกันตัวเองหรือภาวะแทรกซ้อนจากไวรัส (เช่นเคสเด็กชายอายุ 12 ปี ที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี)

-โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (MG) ภาวะที่ภูมิคุ้มกันโจมตีรอยต่อระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ

-กลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (GBS) ภูมิคุ้มกันโจมตีระบบประสาทส่วนปลาย ทำให้เป็นอัมพาตเฉียบพลัน

-ภาวะเลือดข้นเกินไป จากโปรตีนบางชนิดที่ผิดปกติ

ทำไมถึงต้องใช้ในผู้ป่วยวิกฤต?

เพราะในบางครั้ง การใช้ยาเพียงอย่างเดียวอาจออกฤทธิ์ไม่ทันการณ์ หรือยาไม่สามารถทำลายสารพิษที่ลอยอยู่ในกระแสเลือดได้หมด การ "ดูดสารพิษออกโดยตรง" ด้วยวิธีนี้จึงช่วยลดการอักเสบ และหยุดยั้งการทำลายอวัยวะสำคัญ (เช่น สมอง) ได้รวดเร็วกว่า


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง