TrueID

'บิ๊กป้อม' ปลื้ม บจธ. เดินหน้าโมเดลต้นแบบ จัดการที่ดินชุมชนน้ำแดง ช่วยเกษตรกรมีชีวิตดีขึ้น

'บิ๊กป้อม' ปลื้ม บจธ. เดินหน้าโมเดลต้นแบบ จัดการที่ดินชุมชนน้ำแดง ช่วยเกษตรกรมีชีวิตดีขึ้น
มติชน
30 พฤศจิกายน 2564 ( 12:13 )
16
'บิ๊กป้อม' ปลื้ม บจธ. เดินหน้าโมเดลต้นแบบ จัดการที่ดินชุมชนน้ำแดง ช่วยเกษตรกรมีชีวิตดีขึ้น

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล บจธ. มีความห่วงใยความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกร ในช่วงการระบาดของโควิด-19 มีแนวโน้มว่าเกษตรกรและผู้ยากจนประสบปัญหาด้านรายได้เลี้ยงชีพ ตกงาน แนวโน้มที่จะสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกินมีจำนวนมากขึ้น จึงสั่งการให้ บจธ. ดำเนินการติดตามก้าวหน้าการดำเนินงานทุกโครงการของ บจธ. สนับสนุนให้สมาชิกเกษตรกรมีอาชีพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืนที่ บจธ.ได้ดำเนินการในทุกๆ พื้นที่

นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการ บจธ. เปิดเผย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บจธ. ได้มุ่งมั่น ลดความเหลื่อมล้ำเรื่องที่ดินทำกิน โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางให้เกษตรกรในการทำการเกษตร เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บจธ. มีภารกิจที่สำคัญในการจัดหาและพัฒนาที่ดิน โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของพี่น้องเกษตรกรและชุมชน ให้พึ่งพาตัวเองได้ ซึ่งปัจจุบัน บจธ. ได้ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ไปแล้ว 11 พื้นที่ และสหกรณ์การเกษตร 1 พื้นที่ ครอบคลุมทั้ง 4 ภาค (ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันตก และตะวันออกเฉียงเหนือ) เนื้อที่รวม 1,234 – 2 -17.7 ไร่ จำนวน 482 ครัวเรือน และแก้ไขปัญหารการสูญเสียสิทธิในที่ดินไปแล้ว 387 ราย โครงการนำร่องธนาคารที่ดินในพื้นที่นำร่อง 5 ชุมชน เนื้อที่ 717 ไร่เศษ จำนวนเกษตรกร 500 ครัวเรือน โดยทุกชุมชนมีผลการดำเนินงานเป็นที่น่าชื่นชมมาก เกษตรกรทุกพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคใต้ที่ บจธ. ให้การสนับสนุนจำนวน 2 พื้นที่ คือ พื้นที่ สหกรณ์การเกษตร สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ( สกต. ) (ชุมชนน้ำแดงพัฒนา) ต.คลองน้อย อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 69 ไร่เศษ จำนวนสมาชิก 37 ครัวเรือน หลังจากที่ บจธ. ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี สมาชิก มีผลผลิตออกมาจำหน่ายและบริโภคในครัวเรือนได้แล้ว มีการปลูกไม้ยืนต้น เช่น ทุเรียน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้สัก พยูง ประดู่ ไม้ผล เงาะ ส้มโอ กล้วยหอม ฝรั่ง พืชผักสวนครัว พริกไทดำ สามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายได้ทั้งในและนอกพื้นที่เฉลี่ยครั้งละประมาณ 10,000 – 30,000 บาท สมาชิกสามารถพึ่งพาตัวเองได้ มีรายได้สามารถผ่อนชำระค่าเช่าซื้อที่ดินกับ บจธ. ได้ตั้งแต่ปีแรก ซึ่งหากกำหนด 5 ปี ที่ดินผืนนี้จะเป็นกรรมสิทธิของชุมชนในรูปแบบแปลงรวม ความโดดเด่นชัดเจนของชุมชนน้ำแดงพัฒนาคือการเป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน กลุ่มสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็ง และเป็นโมเดลตัวอย่างการทำงานร่วมกันของรัฐและเอกชนที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม “ขอบคุณรัฐบาล และ บจธ. ที่ช่วยให้เราได้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองอย่างปลอดภัย ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงว่าจะถูกยึดที่ดินอีกต่อไป เราจะตั้งใจทำเกษตรให้พี่น้องเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีชีวิตที่มั่นคง” สมาชิกฯ กล่าว

 


พื้นที่ วิสาหกิจชุมชนรวมพลังสร้างอาชีพวัดประดู่ ต.ปากฉลุย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 117 ไร่เศษ พี่น้องสมาชิกจำนวน 23 ครัวเรือน พื้นที่มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง มีการปลูกไม้ยืนต้น เช่น พยูง ประดู่ สัก ชุมชนสามารถเก็บผลผลิตจากปาล์มน้ำมัน กล้วย พริก มะเขือ ขมิ้น มะฮอกกานี มะพร้าว โกโก้ กาแฟ ต้นเหรียง เสาวรส ข้าวโพด กระท่อม ลิ้นจี่ มะละกอ เงาะ มะนาว และพืชผักสมุนไพรที่ปลูกไว้ได้ทุกเดือน เป็นรายได้เข้ากลุ่มเฉลี่ยเดือนละกว่า 50,000 บาท เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างพื้นที่ที่มีความเข้มแข็ง สามารถประสานงานบูรณาการความร่วมมือกับท้องถิ่นได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันสมาชิกทุกคนได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรครบทุกคนแล้ว มีเงินออมกลุ่มที่ได้จากการเก็บปาร์มน้ำมันตั้งแต่ปีแรก สมาชิกมีความภูมิใจที่ได้มีที่ดินเป็นของตนเอง และตั้งเป้าให้แหล่งการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริในอนาคต


“ขอขอบคุณพล.อ.ประวิตรฯ ที่ทำให้เราได้มีที่ดินทำกินจนถึงวันนี้ รวมถึงสภาเกษตรกร และ บจธ. ที่ช่วยเหลือพวกเราให้มีที่อยู่ที่ทำกิน เราขอขอบคุณมากๆ ครับ” ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าว

 

ทั้งนี้ เกษตรกรและผู้ยากจนที่ประสบปัญหาเรื่องที่ดินทำกินสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่
– กรณีขอรับความช่วยเหลือในการกระจายการถือครองที่ดิน ติดต่อ กองบริหารจัดการที่ดิน โทร 0 2278 1648 ต่อ 501, 511
– กรณีขอรับความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิหรือจะสูญเสียสิทธิในที่ดิน ติดต่อ กองบริหารสินเชื่อ โทร 0 2278 1648 ต่อ 601, 602, 610
หรือสอบถามพูดคุยได้ที่ inbox เว็บไซต์ https://www.labai.or.th/

 





ข่าวที่เกี่ยวข้อง