ตำรวจยืนยัน “อย่าเสียสาว” ไม่พบในสงกรานต์ ไทยยังปลอดภัย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงยืนยันข้อเท็จจริงกรณีข่าวลือเกี่ยวกับ “อย่าเสียสาว” หรือสาร GHB ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยระบุว่า จากการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด ไม่พบสารดังกล่าวในผู้เสียหาย พร้อมย้ำภาพรวมการจัดงานสงกรานต์ของไทยยังคงมีความปลอดภัย
การแถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 นำโดย ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล และสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่คลิปผ่านแพลตฟอร์ม TikTok อ้างว่ามีการใช้ “อย่าเสียสาว” ผสมในปืนฉีดน้ำช่วงสงกรานต์
ไทม์ไลน์เหตุการณ์ชัดเจน
ข้อมูลจากพนักงานสอบสวนระบุว่า เหตุการณ์เริ่มต้นวันที่ 11 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. ผู้เสียหายและเพื่อนรวม 6 คน เดินทางไปยังสถานบันเทิงย่าน RCA โดยมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน
ต่อมาเวลา 23.45 น. ผู้เสียหายมีอาการอาเจียนและหมดสติ ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลเอกชนใกล้เคียง และมีการแจ้งความที่ สน.มักกะสัน ในวันที่ 12 เมษายน 2569
ขั้นตอนการตรวจสอบแบ่งออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ ได้แก่
- 12 เม.ย. 2569 โรงพยาบาลเอกชนเก็บตัวอย่างเลือดเบื้องต้น
- 17 เม.ย. 2569 ผู้เสียหายเข้าตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลตำรวจ
- 22 เม.ย. 2569 ตำรวจนำตัวอย่างเลือดเดิมมาตรวจทางพิษวิทยาอีกครั้ง
ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการยืนยันตรงกันว่า ไม่พบสาร GHB หรือ “อย่าเสียสาว” รวมถึงไม่พบสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอื่นใด
นิติวิทยาศาสตร์ยืนยันข้อเท็จจริง
ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า การอ้างว่าสามารถผสม “อย่าเสียสาว” ในปืนฉีดน้ำแล้วออกฤทธิ์ผ่านการสัมผัสทางผิวหนังหรือปากนั้น ไม่สอดคล้องทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากสารจะถูกเจือจางจนไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ ต้องได้รับในปริมาณมากผ่านการดื่มเท่านั้น
ขณะเดียวกัน แพทย์ยังให้ข้อสังเกตว่า อาการของผู้เสียหายอาจมีสาเหตุจากปัจจัยอื่น เช่น การดื่มแอลกอฮอล์หรือภาวะร่างกายเฉพาะบุคคล ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติม
ตำรวจย้ำความปลอดภัยสงกรานต์ไทย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า หลังได้รับข้อมูล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการตรวจสอบทันทีตามกระบวนการยุติธรรม และยืนยันผลอย่างเป็นทางการเพื่อสร้างความเชื่อมั่น
พร้อมกันนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน โดยสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
