รีเซต

จับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” กระทบเศรษฐกิจไทย ปี 2569

จับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” กระทบเศรษฐกิจไทย ปี 2569
TNN ช่อง16
24 เมษายน 2569 ( 19:45 )

ประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะเอลนีโญที่เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 และมีแนวโน้มเข้าสู่ระดับรุนแรงหรือ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมประเมินว่า อาจเป็นช่วงที่อุณหภูมิปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีโอกาสเกิดภาวะร้อนจัดในระดับสูงสุดในรอบกว่า 170 ปี

ข้อมูลจากนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมระบุว่า ช่วงเวลาที่เอลนีโญมีความรุนแรงจะเกิดใกล้กับฤดูฝน ส่งผลให้รูปแบบฝนเปลี่ยนแปลง โดยอาจเกิดฝนทิ้งช่วงและปริมาณฝนลดลงจากปีก่อนที่มีน้ำมาก ทำให้แนวโน้มปีนี้มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะน้ำแล้ง และอาจต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2570

ในภาคเกษตรกรรม ผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำมีแนวโน้มชัดเจน โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก พืชเศรษฐกิจสำคัญได้รับผลกระทบหลายรายการ เช่น ข้าวนาปีและนาปรังอาจมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ อ้อยมีแนวโน้มค่าความหวานลดลง ส่งผลต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลและพลังงานชีวภาพ ขณะที่มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีโอกาสให้ผลผลิตลดลงทั้งขนาดและปริมาณ

สำหรับภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผลไม้สำคัญของประเทศ เช่น ทุเรียนและเงาะ อาจเผชิญข้อจำกัดด้านน้ำมากขึ้น รวมถึงเกิดการแข่งขันใช้น้ำระหว่างภาคเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ขณะที่ปาล์มน้ำมัน หากขาดน้ำต่อเนื่อง จะส่งผลต่อขนาดและผลผลิตเช่นเดียวกัน

ผลกระทบดังกล่าวเชื่อมโยงไปยังค่าครองชีพ โดยมีการประเมินว่า ราคาสินค้าอาหารอาจปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น เช่น อาหารจานเดียวที่เคยอยู่ในระดับ 50 บาท อาจปรับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 70 บาท ทั้งจากปัจจัยด้านสภาพอากาศและสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

ในระดับนโยบาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการสถานการณ์ โดยเฉพาะด้านน้ำ ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกรมชลประทาน เพื่อจัดสรรน้ำอย่างเหมาะสมและสนับสนุนพื้นที่เสี่ยง

ขณะเดียวกัน ภาคเกษตรมีการส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนไปสู่พืชใช้น้ำน้อยในพื้นที่นอกเขตชลประทาน พร้อมแนวทางดูแลเสถียรภาพรายได้เกษตรกร ส่วนด้านการค้า กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารเพิ่มเติม เพื่อรองรับผลกระทบด้านผลผลิต

ด้านพลังงาน ภาครัฐมีแนวทางสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น เช่น การส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์และมาตรการทางภาษี เพื่อลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง