กต. ดันสตาร์ตอัปไทยพร้อมบุกตลาดยุโรป ดึงตัวตึงวงการบ่มเพาะ - เร่งโตธุรกิจ เจาะตลาดสินค้าเพื่อความยั่งยืน

กระทรวงการต่างประเทศ กรมยุโรป ร่วมกับ Knowledge Xchange (KX) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดงาน กรีน เทคไบต์ ทูวาร์ดส อียู มาร์เก็ต ซีซัน 2 (Green TECHBITE Towards EU Market Season 2) เพื่อเตรียมความพร้อมให้สตาร์ตอัปไทยขยายธุรกิจสู่ตลาดสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นตลาดเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่ากว่า 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 500 ล้านล้านบาท และมีมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เข้มงวดที่สุดในโลก
ดึง 3 ผู้เชี่ยวชาญยุโรป บ่มเพาะ - เร่งโต สตาร์ตอัปไทย
โดยในงานได้ดึงนักลงทุนและตัวแทนเครือข่ายธุรกิจชั้นนำ 3 แห่ง ได้แก่
- Start2 Group ผู้บ่มเพาะสตาร์ตอัป (Incubator) ที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจพลังงาน สิ่งแวดล้อม ดิจิทัล จากเยอรมนี
- 3T Invest บริษัทร่วมทุนที่สนใจสตาร์ตอัปเทคโนโลยี Climate Tech และสุขภาพจากสวีเดน
- Maria 01 เครือข่ายสตาร์ตอัปที่มีเครือข่ายมากที่สุดในยุโรปจากฟินแลนด์
มาช่วยบ่มเพาะและเร่งการเติบโต (Accelerator) ให้กับเหล่าสตาร์ตอัปไทยกว่า 12 ทีม ชี้จุดแข็ง ความท้าทาย และแนวทางเตรียมตัวสำหรับการสร้างสินค้าและบริการสู่ตลาดสหภาพยุโรป
โดยผู้เชี่ยวชาญได้ดึงจุดสำคัญสำหรับการเติบโตของสตาร์ตอัปไทยแต่ละแง่มุมมาเป็นแกนหลักในการพัฒนาและเตรียมความพร้อม เช่น การประเมินว่าสินค้านั้นตอบโจทย์กับตลาดใหม่ ๆ ในยุโรปหรือไม่ หรือการดึงเอาจุดแข็งของสินค้าตัวเองมาผสานกับความเชี่ยวชาญ หรือความต้องการที่ขาดหายไปในตลาดยุโรป อาทิ สินค้าเกษตรที่ยกระดับด้วยเทคนิคการประยุกต์ใช้ในยุโรป
สตาร์ตอัปไทยสะท้อนแนวคิด - ความท้าทายบุกตลาดยุโรป
ด้านสตาร์ตอัปไทยที่ร่วมโครงการ มองว่า สิ่งที่ได้เห็นจากคำแนะนำทั้ง 3 แห่ง คือ ทุกขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมไปสู่ตลาดสหภาพยุโรป เช่น การวิเคราะห์จุดแข็งทางการตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค ข้อกำหนดทางกฎหมาย พร้อมแนวทางการหาทุนและช่องทางการเติบโตของตนเอง
โดยผู้เชี่ยวชาญจากยุโรปทั้ง 3 แห่ง ได้ร่วมให้คำแนะนำทั้งในรูปแบบการให้คำปรึกษารายทีม รวมถึงการเสวนา (Panel Discussion) ตลอดจนสร้างเครือข่ายร่วมกับเอกชนและทูตการค้าจากยุโรปอีกด้วย
สตาร์ตอัปไทยไม่ได้แพ้ใคร แต่ขาดเครือข่ายและช่องทางที่เหมาะสม
สตาร์ตอัปทั้ง 12 ทีม มีจุดแข็งในด้านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น พลังงานไฮโดรเจน ใยผ้าทางเลือก บรรจุภัณฑ์ชีวภาพ หรือบริการต่าง ๆ ที่มีศักยภาพในตลาดสหภาพยุโรป ซึ่งเน้นนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และปฏิเสธสินค้าซึ่งไม่เน้นความยั่งยืนโดยอัตโนมัติ
ด้าน นางสาวสมฤดี พู่พรอเนก รองอธิบดีกรมยุโรป (รักษาราชการเเทน อธิบดีกรมยุโรป) มองว่าข้อกำหนดและนโยบายทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปเป็นสิ่งที่กรมยุโรปสามารถเชื่อมต่อและประสานความร่วมมือได้โดยตรง เพื่อเปิดช่องทางด่วนสำหรับการลงทุนและการส่งออกสินค้าของไทยในโจทย์ยุคใหม่ของยุโรปได้
ในขณะที่ ดร.ภัทรชาติ โกมลกิติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักเคเอกซ์ กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการ GREEN TECHBITE ทำให้มีผู้ประกอบการไทยจำนวนหนึ่งได้มีโอกาสไปตั้งบริษัทอยู่ที่ต่างประเทศ และสามารถหากลุ่มลูกค้าโดยใช้เทคโนโลยีของไทยได้ด้วย
ทั้งนี้ โครงการ Green TECHBITE เป็นหนึ่งในทางลัดสำคัญสำหรับสตาร์ตอัปไทยที่มีศักยภาพ พุ่งตรงไปยัง เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส สเปน ไอร์แลนด์ และอิตาลี ที่ล้วนเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ของสหภาพยุโรปต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
