“สกุชชี่” ฟีเวอร์ ของเล่นนุ่มนิ่มที่มีมากกว่าความน่ารัก และภัยเงียบที่ต้องระวัง

ของเล่นบีบนุ่มนิ่มที่เรียกว่า "สกุชชี่" (Squishy) ได้กลับมาสร้างปรากฏการณ์ฟีเวอร์ในประเทศไทยอีกครั้ง ไม่เพียงแต่ในกลุ่มเด็กเล็กเท่านั้น แต่ยังขยายความนิยมไปสู่วัยรุ่นและกลุ่มคนทำงานที่หลงใหลในความน่ารักและประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความนุ่มฟูนี้กลับมีภัยเงียบที่ผู้บริโภคและผู้ปกครองจำเป็นต้องรู้เท่าทัน
ปรากฏการณ์ "สำเพ็งแตก"
กระแสจากสื่อสังคมออนไลน์และบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ ได้เปลี่ยนสถานะของสกุชชี่ให้กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์และของสะสมที่มีมูลค่า ปรากฏการณ์นี้สร้างความคึกคักให้กับตลาดค้าส่งอย่าง "สำเพ็ง" ในยามค่ำคืน ซึ่งเนืองแน่นไปด้วยกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ค้ารายย่อยที่มาตามหาสินค้า
ความต้องการที่พุ่งสูงนี้ ส่งผลให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดนักสะสม เช่น กรณีของสกุชชี่รุ่นหายากอย่าง "King Peach" จากแบรนด์ iBloom ที่ราคาประเมินพุ่งจากหลักพันต้นๆ ไปแตะระดับ 4,500-5,000 บาทต่อชิ้น ภายในเวลาเพียงปีเดียว
ประโยชน์ทางจิตวิทยาและพัฒนาการ
ความนิยมของสกุชชี่มีคำอธิบายที่ชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กเล็ก การบีบสกุชชี่คือการเล่นที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็ก และเป็นเครื่องมือชั้นดีในการดึงความสนใจของเด็กออกจากหน้าจอมือถือ ส่วนในวัยทำงาน การได้บีบวัตถุนุ่มนิ่มเป็นจังหวะ จะช่วยระบายความเครียด ลดฮอร์โมนคอร์ติซอล และกระตุ้นการหลั่งออกซิโทซิน ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นกลไกย้อนวัย (Age Regression) ที่ช่วยให้ผู้ใหญ่สามารถหลีกหนีจากความเครียดในชีวิตประจำวันได้ชั่วขณะ
ภัยเงียบจากสารเคมีและอันตรายแฝง
แม้จะมีประโยชน์ แต่ตลาดที่โตอย่างรวดเร็วก็นำมาซึ่งสกุชชี่ราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นพาหะนำสารเคมีอันตรายเข้าสู่บ้าน ที่น่ากังวลที่สุดคือการปนเปื้อนของ สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ที่เกิดจากกระบวนการผลิต ซึ่งผู้เชี่ยวชาญพบว่าสกุชชี่บางชิ้นปล่อยสารพิษออกมาในระดับที่สูงกว่าสีทาบ้าน การสูดดมอย่างต่อเนื่องอาจทำลายระบบทางเดินหายใจ ตับ และไต อีกทั้งยังมีสารก่อมะเร็งอย่างเบนซีน และสารแต่งกลิ่นสังเคราะห์ที่อาจกระตุ้นภูมิแพ้
นอกจากนี้ สำหรับเด็กเล็กยังมีความเสี่ยงที่จะเผลอนำเข้าปากจนเสี่ยงต่อการติดคออุดตันทางเดินหายใจ และที่วิกฤตที่สุดคือกรณี "สกุชชี่แถมเข็มฉีดยาจริง" ที่ อย. ต้องออกประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุดถึงความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและติดเชื้อในเด็ก
การเลือกซื้อและดูแลความปลอดภัย
เพื่อสภาพแวดล้อมการเล่นที่ปลอดภัย ผู้บริโภคควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก. 685-2562) ซึ่งมีการควบคุมทั้งความปลอดภัยทางเคมีและกายภาพ ควรหลีกเลี่ยงชิ้นงานที่มีกลิ่นฉุนคล้ายทินเนอร์ สีหลุดลอก หรือมีของเหลวรั่วซึม และที่สำคัญที่สุด พ่อแม่ผู้ปกครองต้องคอยสอนบุตรหลานเสมอว่า "ห้ามนำของเล่นเข้าปากเด็ดขาด"
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
