ศึกรอบด้านเศรษฐกิจไทย ทางรอดที่ต้องจับตามอง

ช่วงไปตามเกมประจำสัปดาห์นี้ คุณชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ผู้ประกาศข่าว TNN16 พาไปสัมภาษณ์พิเศษ รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ ผู้เชี่ยวด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ วิเคราะห์การเลือกตั้ง 2569 ที่จะกำหนดทิศทางของไทย รัฐบาลชุดใหม่จึงต้องรับมือกับปัญหาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาษีสหรัฐฯ ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ หรือหนี้สินภาคครัวเรือน
รศ.ดร.สมชายมองว่า รัฐบาลชุดใหม่เจอปัญหาท้าทาย มากที่สุดในรอบหลาย 10 ปี การกีดกันการค้า ภาษีสหรัฐฯ ภาคส่งออกอาจติดลบ ภาคการท่องเที่ยวชะลอตัว หลายชาติหนีการค้าสหรัฐฯ สามารถส่งออกได้น้อยลง ปัญหาคือสินค้าเหล่านั้น โดยเฉพาะสินค้าราคาถูกจะไหลเข้าไทย เกิดการแข่งขันที่อาจไม่เป็นธรรมต่อไทย
"ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องสอดรับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า นี่น่ากลัว ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว การส่งออก ปัญหาชายแดน ไทย-กัมพูชาก็ไม่จบนะ ท้าทายความมั่นคง และการค้าชายแดน แม้จะไม่มาก ราวร้อยละ 10 จากทั้งหมด จริงอาจไม่ได้มากอะไร แต่จะคิดแบบนั้นไม่ได้เพราะก็คือความเสียหาย กระทบต่อชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน"
ขณะที่ ปัจจัยภายในที่รศ.ดร.สมชายมองว่าไม่ควรมองข้ามคือ "หนี้ครัวเรือน" แม้จะดีขึ้นหากเทียบกับช่วงโควิด แต่ธนาคารปล่อยสินเชื่อยากขึ้น ทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนจำกัด ส่งผลไปถึงการค้า การลงทุน
"เราขยายตัวต่ำประมาณร้อย 1.7 ต่ำสุดในรอบสิบๆปี ต่ำที่สุดในอาเซียนด้วย อันนี้คือปัญหา ก่อนหน้านี้เราแก้ระยะสั้น แต่ไม่ได้แก้แบบเด็ดขาด พัฒนาขีดความสามรถของคน ตรงนี้ก็ยาก ยิ่งตอนนี้ที่สังคมเราเป็นสังคมผู้สูงวัย ขีดความสามารถบวกอุตสาหกรรม การทูตของเราก็ยากขึ้น ต้องเอาใจมหาอำนาจ และต้องรักษาประโยชน์ของไทยเอง การที่เราจะวางตัวแบบไหน เราอาจคิดว่าดี ถูกต้อง แต่เขาอาจไม่ชอบใจก็ได้ เหมือนผมบอกว่าผมทำอาหารอร่อย แต่คุณมากินแล้วไม่อร่อย นี่ไง มันไม่ง่าย"
ส่วนทรัมป์ที่มีบทบาทไกล่เกลี่ยขัดแย้งไทย กัมพูชา ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเรื่องของไทย ตอนนี้จีนเองก็เข้ามามีบทบาทอีกด้วย เพราะไม่ต้องการเสียบทนำให้สหรัฐฯ รศ.ดร.สมชาย มองว่า ประเด็นเหล่านี้ท้าทาย รัฐบาลชุดใหม่ต้องเจอ และเข้มข้น
สำหรับประเด็นเรื่องอุตสาหกรรม ที่ไทยต้องเร่งเดินหน้า รศ.ดร.สมชาย มองว่าเป็นเรื่องเอไอ "ตอนนี้ จีน สหรัฐฯ ขัดแย้งกัน เราสามารถลงทุน เหมือนที่ BOI บอก เราสามารถเป็นแหล่งต้นน้ำ ผลิตชิปได้ แต่ก็ต้องระวังเพราะหากสหรัฐฯ มาลงทุน เขาอาจบังคับไม่ให่เราทำธุรกรรมกับจีนได้ เราสามารถเป็นส่วนกลางของเอไอได้นะ ตอนนี้มีต่างชาติเข้ามาต้องการลงทุนกันมาก"
สิ่งที่เราควรทำคือการนำ เอไอ มาต่อยอด พัฒนาในจุดที่เรามีดี เช่น ภาคการท่องเที่ยว อาหาร สุขภาพ เกษตร ตรงนี้ตรงประเด็นเลย เราต้องพัฒนาคนไปพร้อมกัน
"ผมเรียกว่า3+1 คือ เทคโนโลยี คน สินค้า บวกด้วย Benchmark คือการเทียบเคียงคู่แข่ง สินค้าเราต้องดี ระดับโลก สามารถแข่งขันต่อไปได้ในตลาด อาหารคู่เทคโนโลยี อาหารที่มีคุณภาพ ขายได้ทั่วโลก ระดับโลก ควบคู่กับการพัฒนาคน หรือการ Upskill"
รศ.ดร.สมชาย ยังแนะนำให้ต่อยอดใช้ AI ให้ไทยเป็นศูนย์กลาง Spiritual Wellbeing พวกจิตใจ จิตวิญญาณ การพัฒนาในมิติด้านนี้ ซึ่งดีกว่านโยบายลดแลกแจกแถม ประชานิยม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
