TFM กำไรไตรมาส 2 ที่ 161 ล้านบาท ลดลง 17.0% เคาะปันผล 0.18 บาท/หุ้น

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #TFM กำไรไตรมาส 2 ที่ 161 ล้านบาท ลดลง 17.0% เคาะปันผล 0.18 บาท/หุ้น
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) TFM กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 161 ล้านบาท ลดลง 17.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 9.0% จากไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 1,455 ล้านบาท ลดลง 1.4% YoY และเพิ่มขึ้น 9.8% QoQ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 17.7% จาก 22.9% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนปลาป่นซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ที่ 11.1% จากการบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลประกอบการที่อ่อนตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนมีสาเหตุหลักจากต้นทุนปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 24.0% และกดดันอัตรากำไร แม้ว่าบริษัทยังคงควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารให้อยู่ในระดับเหมาะสม รวมถึงได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ซึ่งช่วยลดภาระภาษีและสนับสนุนความสามารถในการทำกำไร ขณะที่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ผลการดำเนินงานฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาลจากการเข้าสู่ช่วงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ส่งผลให้ยอดขายและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น
ธุรกิจอาหารกุ้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยมียอดขาย 931 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% YoY และ 5.9% QoQ จากความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าและการขยายตลาดส่งออก แม้อุตสาหกรรมกุ้งยังเผชิญแรงกดดันจากราคากุ้งต่ำ ขณะที่ยอดขายอาหารปลาอยู่ที่ 420 ล้านบาท ลดลง 7.7% YoY จากการแข่งขันที่รุนแรงและตลาดอาหารปลาชะลอตัว ส่วนธุรกิจอาหารสัตว์บกมียอดขาย 82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% YoY จากอุปสงค์ในประเทศและราคาสินค้าที่สูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทได้รับการรับรอง Halal Certification สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารกุ้งและอาหารปลา ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะประเทศในตะวันออกกลาง
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 813 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ขณะที่สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 3,663 ล้านบาท ลดลง 4.3% หนี้สินรวมลดลง 14.0% เหลือ 972 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,692 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.3% สะท้อนฐานะการเงินที่ยังแข็งแกร่ง
คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและนโยบายสร้างสมดุลระหว่างการตอบแทนผู้ถือหุ้นกับการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจในต่างประเทศ
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 5-7% จากปีก่อน พร้อมคาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในช่วง 17-19% และรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ โดยมีแผนใช้งบลงทุน 680 ล้านบาท ส่วนใหญ่สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในประเทศเอกวาดอร์ แม้บริษัทยังคงติดตามความผันผวนของราคาปลาป่นซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่ออัตรากำไรอย่างใกล้ชิด
TFM โชว์พอร์ตไตรมาส 2 โกยยอดขายทะลุ 1,455 ลบ. โต 9.8% ดันกำไรขยายตัว 9% พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.18 บาท/หุ้น
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 กวาดรายได้เพิ่ม 9.8% กำไรโต 9.0% จากไตรมาสก่อน หนุนผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกมีรายได้จากการขาย 2,780 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 308 ล้านบาท โดยมีธุรกิจอาหารกุ้งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่ายวันที่ 26 สิงหาคมนี้
นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้นำธุรกิจอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจของไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2
ปี 2569 ว่า บริษัทยังคงเติบโตต่อเนื่องโดยมีรายได้จากการขาย 1,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (High Season) ส่งผลให้ยอดขายและปริมาณการขายปรับตัวดีขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์
เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ยอดขายอาหารกุ้งและสัตว์บกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจอาหารกุ้งที่เป็นรายได้หลักของบริษัท มีการเติบโตทั้งในประเทศที่เพิ่มขึ้น 2.3% และการส่งออกที่
โดดเด่นโตถึง 62% แม้ผลกระทบของต้นทุนปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาความสามารถในการทำกำไรได้
ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 2,780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 308 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.8% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.1% สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารกุ้งที่เติบโตและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ จากการรักษาความเป็นผู้นำตลาด การขยายฐานลูกค้า พร้อมการรุกตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญแรงกดดันทางด้านต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคาปลาป่นที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้บริษัทยังคงสามารถบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลงอยู่ที่ 8.6% อีกทั้ง บริษัทยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับการผลิตอาหารกุ้ง ที่โรงงานสงขลาและอาหารปลาที่โรงงานสมุทรสาคร ส่งผลให้อัตราภาษีที่แท้จริงลดลงเหลือ 7.3% จาก 14.1%
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1 มกราคม–30 มิถุนายน 2569) ในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 13 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 26 สิงหาคม 2569 สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น ภายใต้การดำเนินงานและฐานะการเงินที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
“สำหรับทิศทางผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง TFM พร้อมเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการบริหารต้นทุน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว แม้อุตสาหกรรมจะยังเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบ บริษัทได้ติดตามสถานการณ์ราคาปลาป่นอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการด้านการจัดซื้อและการบริหารสินค้าคงคลัง เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุน ขณะเดียวกัน บริษัทจะเดินหน้าขยายฐานลูกค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ และขับเคลื่อนการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยจุดแข็งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ การบริการทางวิชาการ และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายพีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
