“เอเซีย พลัส” แนะ 3 หุ้นราคา Laggard-กำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว-งบครึ่งปีหลังเด่น

#ทันหุ้น-ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนวันนี้ โดยได้เลือกหุ้น CPALL มองว่าเป็นหุ้นกลุ่ม LAGGARD ที่อิงกับการบริโภคในประเทศ คาดว่ากำไรจะทยอยฟื้นตัวรับอานิสงส์นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท, หุ้น DELTA (เก็งกำไร) แม้จะถูกปรับลดประมาณการลง แต่ประเมินว่าผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/69 และเตรียมฟื้นตัวในไตรมาส 3/69 ซึ่งเป็นช่วง HIGHSEASON และหุ้น MAJOR (เก็งกำไร) แนวโน้มครึ่งปีหลังโดดเด่นจากโปรแกรมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เตรียมเข้าฉายซึ่งคาดว่าจะดึงดูดให้คนกลับมาดูหนังในโรงมากขึ้น
ฝ่ายวิจัย มองว่า หุ้นกลุ่มเทคฯ วันนี้มีโอกาสรีบาวน์แรง แต่ระยะกลางถูกจำกัด UPSIDE จาก BLOOMBERG CONSENSUS เริ่มมีการปรับลดราคาเป้าหมาย (TARGET PRICE) ลง เช่น SK HYNIX ถูกปรับลดราคาเป้าหมายลง -1.8% และ SAMSUNG ถูกปรับลดลง -2.9% ในช่วงสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันหุ้นในไทยที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และปิโตรเคมี อย่าง DELTA และ IVL ก็ถูกนักวิเคราะห์จากหลายสำนักปรับลดประมาณการลงเช่นเดียวกัน สะท้อนถึงมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อการลงทุน
ประเด็นดังกล่าว ทำให้ตลาดหุ้นในเดือน ส.ค. ยังมีโอกาสขึ้นไม่ได้แรง และผันผวน หลังรัฐบาลเกาหลีใต้ได้ออกมาตรการลดการใช้ LEVERAGE ในตลาด โดยเพิ่มข้อกำหนดเงินวางหลักประกันขั้นต่ำสำหรับนักลงทุนในกองทุน SINGLE-STOCK LEVERAGED ETF/ETN จากเดิม 10 ล้านวอน เป็น 30 ล้านวอน (ประมาณ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ) และบังคับให้วางเป็นเงินสดเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้เม็ดเงินเก็งกำไรใหม่ๆ ชะลอตัวลง รวมถึงมีการระงับการจดทะเบียนกองทุน ETF ใหม่ที่อ้างอิงหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง SAMSUNG และ SK HYNIX ชั่วคราวด้วย
ส่วนอีก 1 ประเด็นที่น่ากังวล คือ ค่าเงินเยนพุ่งแข็งค่าขึ้นกว่า 3% (แข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2023) หลุดระดับ 160 เยน/เหรียญฯ สาเหตุหลักมาจากกระแสคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดค่าเงินอีกครั้งก่อนการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันนี้บวกกับหากโทนการประชุมออกมา HAWKISH เพิ่มเติม ยิ่งทำให้ SPREAD ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นน้อยลง และหนุนให้เกิดปรากฎการณ์ UNWIND YEN CARRY TRADE กดดันเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะถัดไปได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
