กรมศุลกากรติดอาวุธ AI สแกนเสี่ยง13ล้านตู้ ปิดช่องทุจริต

#กรมศุลกากร #ทันหุ้น - กรมศุลกากร ยกเครื่องครั้งใหญ่! เร่ง Digital Transformation พลิกพิธีการศุลกากรสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ดึง AI ผสาน Risk Management สแกนความผิดปกติผู้นำเข้า-ส่งออก รองรับตู้คอนเทนเนอร์กว่า 13 ล้านตู้ ผู้โดยสารกว่า 85 ล้านคนต่อปี โชว์ผลงานระบบอิเล็กทรอนิกส์หั่นเวลาตรวจปล่อยสินค้า
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากร เดินหน้าสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใส เพื่อรองรับการสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศ OECD ของไทย โดยกรมฯได้ดำเนินการ Digital Transformation เพื่อให้พิธีการศุลกากร ทำผ่านระบบ digital ไม่ให้คนเจอคน เพื่อลดปัญหาทุจริตคอรัปชัน โดยการตรวจสอบจะนำระบบ Risk Management และระบบ AI เข้ามาช่วยตรวจสอบว่าผู้นำเข้า ส่งออกรายใด มีความผิดปกติ จะต้องถูกตรวจสอบ
@ตรวจสอบข้อมูล
“ด้วยปริมาณตู้คอนเทนเนอร์กว่า 13 ล้านตู้ต่อปี และผู้โดยสารกว่า 85 ล้านคน กรมศุลกากรจึงปรับเปลี่ยนมาตรการ จากการตรวจแบบดั้งเดิมมาเป็นการใช้ Risk Management และ Digital Transformation เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และไม่ให้กระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกที่เป็นรายได้หลักของประเทศ”นายพันธ์ทอง กล่าว
ทั้งนี้ ศุลกากรในหลายประเทศในโลก ไม่ได้ตรวจสอบที่ท่าเรือ แต่ในระบบ Post Clearance Audit ซึ่งเป็นการตรวจสอบหลังการตรวจปล่อยสินค้า ซึ่งกรมศุลกากรมีข้อมูลของผู้นำเข้าส่งออกอยู่แล้ว
แม้ว่าการสำรวจหน่วยงานที่มีการทุจริตคอรัปชัน โดยหอการค้าแห่งประเทศไทยในปีนี้ จะระบุว่า กรมศุลกากร จะไม่ติดหนึ่งใน 10 ของหน่วยงานที่มีการทุจริตคอรัปชันสูงสุดก็ตาม แต่กรมศุลกากร ก็ยังติดในอันดับที่ 12 ซึ่งตนก็ยังไม่พอใจ แต่ต้องการทำให้การทุจริตคอรัปชันให้น้อยที่สุด แม้ไม่สามารถทำให้เป็น Zero Corruption ได้ก็ตาม
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมศุลกากร ได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการอำนวยความสะดวกด้านพิธีศุลกากร เช่น ระบบถ่ายลำสินค้าทางเรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถลดระยะเวลาการตรวจปล่อยสินค้าถ่ายลำจากเฉลี่ย 4.58 วัน เหลือเพียง 0.65 วัน หรือลดลง 85.81%
ตลอดจนการยกระดับบริการดิจิทัลผ่านระบบ Tariff e-Service ที่ให้บริการข้อมูลพิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งพัฒนาโดยกรมศุลกากร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ตัวแทนออกของ และประชาชน สามารถค้นหาและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการจำแนกสินค้าตามพิกัดศุลกากรได้ทางออนไลน์ ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการของกรมศุลกากรได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ อันเป็นการยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและรองรับการค้าในยุคดิจิทัล ควบคู่กับการยกระดับธรรมาภิบาลขององค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
นอกจากนี้ เพื่อความโปร่งใส และลดปัญหา Conflict of Interest กรมศุลกากร ยังได้ปรับปรุงระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัล เพื่อยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลของผู้บริหารระดับสูง และเดินหน้าผลักดันยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลของพนักงานศุลกากรทุกระดับ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ลดผลประโยชน์ทับซ้อน ที่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เป็นผู้ตรวจสอบผู้กระทำผิดกฎหมายศุลกากร
“ในอดีตผู้บริหารที่พิจารณาคดีจะมีส่วนแบ่งในเงินรางวัลจับกุม ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อเอกชนในการต่อสู้คดีหรืออุทธรณ์ หากผมพิจารณาคดีแล้วผมได้สตางค์ ผมจะเห็นว่าผิด แต่ถ้าพิจารณาอุทธรณ์แล้วให้ถูก ผมไม่ได้เงิน มันฟังไม่ขึ้นดังนั้น การยกเลิกส่วนแบ่งในส่วนนี้สำหรับผู้บริหารจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอเมริกาและยุโรปที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก”
@ร่วมมือต่างประเทศ
นายพันธ์ทอง กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกรมศุลกากรได้รับคำชื่นชมและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานต่างประเทศ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ แม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการตรวจสอบสินค้าขาออก แต่กรมศุลกากรยืนยันว่าได้ดำเนินการตามมาตรฐานสากลที่เน้นการป้องกันความเสี่ยงที่ต้นทางควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวกทางการค้า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
