MAJOR โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 8.60 บาท แรงหนุนจากภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #MAJOR โบรกแนะนำ "ซื้อ" เป้า 8.60 บาท แรงหนุนจากภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่
บล.กสิกรไทยคาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) MAJOR จะมีกำไรปกติไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 69 ล้านบาท ลดลง 48.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้กำไรปกติในช่วงครึ่งปีแรกคิดเป็น 25.5% ของประมาณการกำไรทั้งปี โดยแม้ผลประกอบการไตรมาส 2 จะออกมาต่ำกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า แต่ยังคาดว่าผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังจากแรงหนุนของภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการฟื้นตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภค
ผลประกอบการที่อ่อนตัวในไตรมาส 2/2569 มีสาเหตุหลักจากรายได้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่ยังได้รับแรงกดดัน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าผลการดำเนินงานจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารรอบฉายภาพยนตร์ในแต่ละโรงให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยควบคุมต้นทุนและสนับสนุนอัตรากำไร
ปัจจัยหนุนสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่ การเข้าฉายของภาพยนตร์ไทยที่มีแนวโน้มทำรายได้ดีในไตรมาส 4/2569 เช่น สมิงเขากวาง, นาคี 3 และ อีเรียมซิ่ง 2 ควบคู่กับการฟื้นตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภคจากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังมองว่าการฟื้นตัวของจำนวนผู้เข้าชมโรงภาพยนตร์จากทั้งภาพยนตร์ฮอลลีวูดและภาพยนตร์ไทยคุณภาพ จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันผลประกอบการ
บล.กสิกรไทยยังคงประมาณการกำไรปกติของ MAJOR ในช่วงปี 2569-2571 พร้อมคงคำแนะนำ "ซื้อ" และราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 8.60 บาท โดยมองว่าปัจจัยหนุนการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้นมาจากการฟื้นตัวของจำนวนผู้ชม การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรจากการบริหารต้นทุน และการลดจำนวนหุ้นภายหลังการตัดหุ้นซื้อคืน ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS)
นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยระบุว่า ราคาหุ้น MAJOR ปรับตัวลดลง 2.1% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ดัชนี SET เพิ่มขึ้น 31% โดยปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2569 ระดับ 9 เท่า และ PBV ปี 2569 ที่ 0.9 เท่า ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต และสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อโอกาสการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง.
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
