“หมกฮวกในเพลงดังจุก” เกษตรกรโอดสูญเงินหลายล้าน กัดฟันสู้โควิด+เคอร์ฟิว จัดแพ็คเกจฮวกแช่แข็ง

“หมกฮวกในเพลงดังจุก” เกษตรกรโอดสูญเงินหลายล้าน กัดฟันสู้โควิด+เคอร์ฟิว จัดแพ็คเกจฮวกแช่แข็ง
77ข่าวเด็ด
17 เมษายน 2563 ( 09:09 )
60
“หมกฮวกในเพลงดังจุก” เกษตรกรโอดสูญเงินหลายล้าน กัดฟันสู้โควิด+เคอร์ฟิว จัดแพ็คเกจฮวกแช่แข็ง

นครพนม – “หมกฮวกในเพลงดังจุก” เกษตรกรโอดสูญเงินหลายล้าน กัดฟันสู้โควิด+เคอร์ฟิว จัดแพ็คเกจฮวกแช่แข็ง ส่งตลาดบรรเทาปัญหาขนส่งล่าช้า

วันที่ 17 เมษายน 2563  จากผลกระทบการเกิดโรคโควิดระบาด จนกระทั่งจังหวัดนครพนม มีมาตรการในการควบคุมป้องกัน ทั้งการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดคัดกรอง รวมถึงการประกาศใช้คำสั่งเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 22.00 น.-04.00 น. ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนเท่านั้น สิ่งสำคัญในการขนส่งสินค้า ก็พลอยได้รับผลกระทบหนักต่อการดำรงอาชีพของผู้ประกอบการ รวมถึง เกษตรกรในพื้นที่

เช่น เกษตรกรบ้าน ต.นาขาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม ซึ่งถือเป็นพื้นที่แห่งเดียวของอีสาน ที่มีการรวมกลุ่มประกอบอาชีพทำนากบ เลี้ยงกบขายลูกอ๊อด หรืออีสานเรียกว่าลูกฮวก ส่งออกขายในช่วงฤดูแล้งทุกปี  สร้างรายได้หมุนเวียนปีละไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ถือเป็นผลผลิตทางการเกษตร ที่สร้างรายได้เงินสะพัดทุกปี เพราะเป็นเมนูเด็ดอีสาน ที่เป็นที่ต้องการของตลาด มีราคาซื้อขายสูง ตกกิโลกรัมละ 150 -200 บาท เป็นที่นิยมนำไปปรุงเป็นเมนูเด็ดอีสาน อาทิ หมกฮวก แกงอ่อมฮวก ทุกปีเกษตรกรจะสามารถขายได้ ทั้งพันธุ์กบรวมถึงลูกอ๊อด

โดยมีขั้นตอนเพาะพันธุ์เมื่อเข้าสู่เดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ เกษตรกรจะเริ่มปรับพื้นที่นาเป็นบ่อเลี้ยงกบ ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน หลังนำพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ลงไปผสมในบ่อ และวางไข่ ฟักตัว เป็นฮวกหรือลุกอ๊อด ก่อนที่จะนำไปขายป้อนตลาด ตกปีละไม่ต่ำกว่า 200 ตัน

 

สำหรับปีนี้หลังเกิดโรคโควิดระบาด ช่วงฤดูกาลทำเงินจึงส่งผลกระทบหนัก รายได้ลดเกินครึ่ง เพราะส่งขายยาก ตลาดปิด รวมถึงการขนส่งลำบากใช้เวลามาก เสี่ยงต่อความเสียหาย ลูกฮวกตาย เน่าเสียก่อนนำส่งขาย  ทำให้เกษตรกร เริ่มปรับกลยุทธ์การตลาด หันมาแปรรูปลูกฮวก ทำแพ็คเกจใหม่ด้วยการบรรจุถุงแช่แข็ง ส่งขายถุงละประมาณครึ่งกิโลกรัม และ 1 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 200 บาท  เพื่อลดความเสียหาย และสู้ภัยโควิด โดยสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน และใช้เวลาขนส่งได้หลายวัน สะดวกต่อลูกค้า ซื้อไปพร้อมปรุงเป็นเมนูเด็ดได้ทันที ถือเป็นการแปรรูป สร้างแพ็คเกจใหม่ บรรเทาความเดือดร้อน ผู้สนใจสามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่ โทร.0982217904

นายสมชัย วงษ์สุข อายุ 60 ปี เกษตรบ้านหนองเเต้ ต.นาขาม อ.เรณูนคร เปิดเผยว่า ปกติกลุ่มเกษตรกร ในพื้นที่ ต.นาขาม ประมาณ 30 -40 คน จะรวมกลุ่มกันหลังเก็บเกี่ยวทำนาเสร็จ เป็นทำนากบช่วงฤดูแล้ง ปรับที่นาข้าวเป็นสถานที่เลี้ยงกบขายลูกอ๊อด หรือลูกฮวก โดยทำกันมาหลายสิบปี เพราะใช้เวลาสั้นเพียง 3-4 เดือน ก็มีรายได้ดี สร้างเงินหมุนเวียนปีละ 40 -50 ล้าน จนเป็นตลาดขายลูกฮวกที่ใหญ่สุดของอีสาน ส่งขายทั่ว แต่มาปีนี้เจอพิษโควิดระบาด ลูกค้าลดฮวบไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ เพราะตลาดบางที่ปิด คนออกมาซื้อกับข้าวน้อยลง ที่สำคัญมีการประกาศเคอร์ฟิว และควบคุมการเดินทาง กระทบการขนส่งล่าช้า เพราะปกติจะขายลูกฮวกสดยังไม่ตาย บรรจุถึงใส่ออกซิเจนส่งขายกิโลกรัมละ 180 -200 บาท และมีรถพ่อค้ามารับซื้อไปขายต่อทั่วอีสานถึงภาคกลาง แต่จะต้องนำตัวสดไป เพราะลูกฮวกตายง่าย จะทำให้เน่าเสีย ต้องทำเวลาในการขนส่ง ทำให้รายได้ปีนี้ลดลงเกินครึ่ง จึงได้รวมตัวกันหาทางบรรเทาความเดือดร้อน หันมาแปรรูปทำแพ็คเกจใหม่ บรรจุถุงแช่แข็ง เพราะสามารถเก็บไว้ได้นาน ขนส่งได้หลายวัน ไม่ต้องกลัวเน่าเสีย และสามารถนำไปปรุงเมนูได้ทันที เพราะทำความสะอาด เตรียมพร้อมก่อนบรรจุแพ็คเกจ ทำให้พอขายได้ แต่ปัญหาที่ตามมาคือ ต้องลงทุนเครื่องแช่  เครื่องซีนถุงพลาสติกเพิ่ม  แต่รายได้ลดลง ทำให้แบกต้นทุน ฝากรัฐบาล หน่วยงานเกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือ เพราะตอนนี้เกษตรกร กำลังหาทางช่วยตนเอง  หากได้ภาครัฐสนับสนุนอีกแรงจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ใครสนใจสามารถติดต่อสั่งซื้อได้ ที่ โทร. 0982217904

ด้าน นายอาคม จันทะพันธ์ ประมงอำเภอเรณูนคร เปิดเผยว่าในส่วนของประมงฯ ได้เข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านทั้งการเลี้ยง รวมถึงการแก้ไขปัญหาด้านการตลาด ต้องยอมรับว่าปีนี้ ได้รับผลกระทบหนัก หลังเกิดโรคโควิดระบาด  จึงได้วางแนวทางสนับสนุนช่วยเหลือ ทั้งการประสานงานเรื่องการขนส่งออกนอกพื้นที่ ไปจนถึง การ ให้ความรู้คำแนะนำเรื่อง การแปรรูป บรรจุแพ็คเกจรูปแบบใหม่ เพื่อให้สามารถเก็บได้ นานขึ้นโดยการแช่แข็ง  เชื่อว่าจะเป็นอีกวิธีการ ที่จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาด้านการตลาดของเกษตรกรได้ระดับหนึ่ง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง