รีเซต

MFCบินลัดฟ้าลงทุนอินเดีย ขึ้นแท่นศก.ใหญ่เบอร์3โลก

MFCบินลัดฟ้าลงทุนอินเดีย ขึ้นแท่นศก.ใหญ่เบอร์3โลก
ทันหุ้น
19 เมษายน 2567 ( 14:31 )
24
MFCบินลัดฟ้าลงทุนอินเดีย ขึ้นแท่นศก.ใหญ่เบอร์3โลก

#MFC #ทันหุ้น บลจ.เอ็มเอฟซี มองจังหวะเข้าลงทุนหุ้นอินเดีย เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว รับเศรษฐกิจอินเดียเตรียมผงาดขึ้นสู่อันดับ 3 ของโลก เปิดขายกองทุน MINDIA และยังกระจายลงทุนปากีสถาน, บังคลาเทศ,ศรีลังกา, ภูฎาน เป็นต้น พร้อมคัดหุ้นทุกกลุ่ม ทั้งหุ้นใหญ่ กลางและเล็ก เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน IPO ดีเดย์ 19-26 เม.ย. 67

 

นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC เปิดเผยว่า MFC มองโอกาสในการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย ซึ่งมีเศรษฐกิจเติบโตโดดเด่นจากจำนวนประชากรที่มากสุดในโลกกว่า 1,400 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่มสาว อีกทั้งได้แรงหนุนจากภาครัฐบาล และจากการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศเติบโตต่อเนื่อง

 

จากมุมมองดังกล่าว บลจ.เอ็มเอฟซี จึงเสนอขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเดีย ซีเล็ค อิควิตี้ (MINDIA) โดยกองทุนดังกล่าวนอกจากเน้นลงทุนในอินเดียเป็นหลักแล้ว ยังแสวงหาโอกาสในการลงทุนในปากีสถาน, บังคลาเทศ, ศรีลังกา, ภูฎาน,เนปาล และมัลดีฟส์ 

 

กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ Jupiter India Select (กองทุนหลัก) ในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ บริหารจัดการโดย Jupiter Asset Management Limited ที่มีประสบการณ์มากกว่า 39 ปี และมีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในอินเดีย นำทีมโดย Avinash Vazirani โดยกองทุน MINDIA เสนอขาย (IPO) ระหว่างวันที่ 19-26 เมษายน 2567 นี้

 

*เน้นกระจายลงทุน

จุดเด่นของกองทุน คือ การที่ Jupiter ผู้จัดการกองทุนหลักมีกลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นด้วยวิธี Bottom-up จำนวน 60-80 ตัว เลือกหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงในราคาที่สมเหตุสมผล (Growth At a Reasonable Price) และมีการกระจายการลงทุนในหุ้น All Cap ทั้งขนาดใหญ่ กลางและเล็ก กระจายการลงทุนไปในหลากหลาย Sectors ในบริษัทที่มีการเติบโตที่ดีที่สุด (best-in-class) ซึ่งได้รับประโยชน์จาก Structural Trends ตามการประเมินมูลค่าที่เหมาะสม ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว (5ปี)

 

ปัจจุบันตลาดหุ้นอินเดียมีมูลค่า 4.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐฯ, จีน และญี่ปุ่น นอกจากนี้ ตลาดหุ้นอินเดียยังมีผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดหุ้นหลักอื่นๆ ซึ่งกว่า 20 ปีที่ผ่านมา MSCI Index มีผลตอบแทนที่สูงกว่า S&P500Index และ EURO STOXX 50Index

 

"ช่วงที่ผ่านมามีกระแสเงินไหลเข้าลงทุนตลาดหุ้นอินเดียต่อเนื่องจากเศรษฐกิจที่โตแรง จึงดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกและยังมีการคาดการณ์ GDP อินเดียในปี 2566 จะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก อยู่ที่ 7.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งและการใช้จ่ายด้านบริการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หนุนให้อินเดียเป็นประเทศเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก" นายธนโชติ กล่าว

 

กองทุน MINDIA ซึ่งมี Jupiter คัดสรรหุ้นในราคาเหมาะสมและกระจายลงทุนจะช่วยสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้

 

*โผบริษัทที่เข้าลงทุน

สำหรับตัวอย่างหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุน ได้แก่ Godfrey Phillips India Ltd บริษัทผู้ผลิตยาสูบ รายใหญ่ในอินเดีย แบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เช่น Four Square, Red and White, Cavanders, Tipper and North Pole Hcl Technologies Ltd บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ที่ปรึกษาและให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และบริการด้านวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง

 

Sun Pharmaceutical Industries Ltd บริษัทยาสามัญชนิดพิเศษที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกผลิตและจำหน่ายสูตรยาและส่วนผสมออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API),Bharat Petroleum บริษัทน้ำมันและก๊าซของรัฐที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอินเดีย สำรวจกลั่นน้ำมันดิบผลิตปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม, Indian Oil Corp บริษัทพลังงานครบวงจรชั้นนำในอินเดีย เป็นหนึ่งในบริษัทน้ำมันและก๊าซของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย

 

*ทำผลตอบแทนแจ่ม

ด้วยกลยุทธ์ลงทุนแบบ Active Management และกระจายลงทุน ทำให้กองทุนสร้างผลตอบแทนโดดเด่นและสูงกว่าดัชนี MSCI India Index ในทุกช่วงเวลา (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.พ. 67) ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2567 อยู่ที่ 13.2% สูงกว่าดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 5.2% 

 

และ ย้อนหลัง 1 ปี ผลตอบแทนสะสม 69.3% สูงกว่าดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 37.3% ย้อนหลัง 3 ปี ผลตอบแทนสะสม 94.0% สูงกว่าดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 43.7% ย้อนหลัง 5 ปี ผลตอบแทนสะสม 119.8% สูงกว่าดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 87.1% และย้อนหลัง 10 ปีอยู่ที่ 236.1% สูงกว่าดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 172.0%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง