รีเซต

ไฟสงครามลามถึงสภาพอากาศ 14 วันปล่อยคาร์บอนไป 5 ล้านตัน เร่งโลกร้อนเกินคาด!

ไฟสงครามลามถึงสภาพอากาศ  14 วันปล่อยคาร์บอนไป 5 ล้านตัน  เร่งโลกร้อนเกินคาด!
TNN ช่อง16
23 มีนาคม 2569 ( 10:00 )
18

รายงานวิเคราะห์ล่าสุดที่เปิดเผยต่อสื่อชี้ว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน กำลังสร้างผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง โดยในช่วงเวลาเพียง 14 วันแรกของความขัดแย้ง มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ซึ่งถือว่าสูงเทียบเท่าการปล่อยรวมของประเทศที่ปล่อยคาร์บอนต่ำที่สุด 84 ประเทศรวมกัน

การวิเคราะห์ดังกล่าวระบุว่า ความเสียหายจากการโจมตีทางทหาร ไม่เพียงคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากและทำลายโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเปลี่ยนพื้นที่ในตะวันออกกลางให้กลายเป็น “เขตสังเวยด้านสิ่งแวดล้อม” ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะจากการโจมตีแหล่งพลังงานฟอสซิล ฐานทัพ พื้นที่พลเรือน และเรือในทะเล

“แพทริก บิกเกอร์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Climate and Community Institute และผู้ร่วมจัดทำการวิเคราะห์ ระบุว่า “การยิงขีปนาวุธทุกครั้ง เท่ากับการเร่งให้โลกเข้าสู่สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นและไม่เสถียรมากขึ้น โดยไม่ได้ทำให้ใครปลอดภัยขึ้นเลย”

ข้อมูลระบุว่า แหล่งการปล่อยคาร์บอนมากที่สุดมาจากอาคารที่ถูกทำลาย โดยอ้างอิงรายงานของสภากาชาดอิหร่านที่ระบุว่า มีอาคารพลเรือนได้รับความเสียหายราว 20,000 แห่ง ส่งผลให้เกิดการปล่อยคาร์บอนประมาณ 2.4 ล้านตัน

ขณะที่การใช้เชื้อเพลิงทางทหารเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนอันดับสอง โดยเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ที่บินจากระยะไกล รวมถึงเรือและยานพาหนะสนับสนุน ใช้น้ำมันรวมกันราว 150–270 ล้านลิตร ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซประมาณ 529,000 ตัน

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายรุนแรง คือการโจมตีคลังน้ำมันรอบกรุงเตหะราน ทำให้เกิดไฟไหม้เชื้อเพลิงจำนวนมหาศาล ส่งผลให้มีน้ำมันถูกเผาไหม้ราว 2.5–5.9 ล้านบาร์เรล คิดเป็นการปล่อยคาร์บอนประมาณ 1.88 ล้านตัน

นอกจากนี้ ความสูญเสียด้านยุทโธปกรณ์ทางทหาร เช่น เครื่องบิน เรือ และแท่นยิงขีปนาวุธ รวมถึงการใช้ระเบิด ขีปนาวุธ และโดรนจำนวนมาก ก็มีส่วนปล่อยคาร์บอนรวมกันอีกกว่า 200,000 ตัน

โดยรวมแล้ว การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากสงครามในช่วง 2 สัปดาห์แรก อยู่ที่ประมาณ 5.05 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หากคำนวณเป็นรายปีจะเทียบเท่ากับกว่า 131 ล้านตัน ใกล้เคียงกับประเทศขนาดกลางที่พึ่งพาพลังงานฟอสซิลอย่างเข้มข้น

“เฟรด โอตู-ลาร์บี” ผู้เขียนหลักของการศึกษา ระบุว่า ปริมาณการปล่อยก๊าซมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากความขัดแย้งยังดำเนินต่อไป โดยเฉพาะจากการโจมตีแหล่งน้ำมันที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศประเมินว่า มนุษย์ยังสามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีกประมาณ 130,000 ล้านตัน เพื่อให้มีโอกาส 50% ในการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส แต่จากอัตราการปล่อยในปัจจุบัน งบประมาณคาร์บอนดังกล่าวอาจหมดลงภายในปี 2571

นักวิจัยยังเตือนว่า ความไม่แน่นอนด้านพลังงานจากสงคราม อาจนำไปสู่การขยายการขุดเจาะและโครงสร้างพื้นฐานเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มเติม ซึ่งจะยิ่งตอกย้ำการพึ่งพาพลังงานที่ปล่อยคาร์บอนสูงในระยะยาว

รายงานสรุปว่า ผลกระทบของสงครามครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่ความขัดแย้ง แต่จะส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศและผู้คนทั่วโลกในระยะยาว โดยเฉพาะประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงและชุมชนเปราะบางทั่วโลก



ที่มา: Reuters

ภาพ: Reuters

_____

#TNNEARTH #เอลนีโญ #โลกร้อน #สิ่งแวดล้อม #ลานีญา #โลกเดือด #สงคราม

_____

ข่าวที่เกี่ยวข้อง