รีเซต

เมื่อเอไอเพิ่มบทบาทในวงการเฮลธ์แคร์จีน ( ตอน 2)

เมื่อเอไอเพิ่มบทบาทในวงการเฮลธ์แคร์จีน ( ตอน 2)
TNN ช่อง16
15 มกราคม 2569 ( 11:29 )
15

ในทางปฏิบัติ ระบบ AI ได้ช่วยสร้างความแตกต่างอย่างมากในการปฏิบัติงานของผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการเฮลธ์แคร์ของจีน ทั้งในด้านความเร็ว ความแม่นยำ และประสิทธิภาพ ...

หัวหน้าแผนกภาพทางการแพทย์ของโรงพยาบาลทรวงอกแห่งกรุงปักกิ่งให้ข้อมูลว่า นับแต่เปิดตัวเมื่อปี 2020 ระบบ AI ช่วยนักรังสีวิทยาในการวิเคราะห์ผลการตรวจเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อตรวจหาก้อนเนื้อในปอด ส่งผลให้คุณภาพงานได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบัน ระบบ AI ที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างต่อเนื่องสามารถวิเคราะห์ผลการสแกนปอดของผู้เข้ารับการตรวจได้ภายในเวลา “ไม่กี่วินาที” เทียบกับมากกว่า 20 นาทีในอดีต และให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขนาด รูปร่าง และความหนาแน่นของก้อนเนื้อ ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถประเมินผลการวิจัยเบื้องต้น ซึ่งเป็นเสมือนคำเตือนล่วงหน้าที่มีคุณค่าสำหรับคนไข้ พร้อมให้คำแนะนำว่าจะเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่ อย่างไรได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

ระบบดังกล่าวช่วยให้แผนกภาพทางการแพทย์สามารถวิเคราะห์และตีความผลการสแกนก้อนปอดของผู้เข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็วจำนวนถึง 600 รายต่อวัน นั่นเท่ากับว่า AI มีบทบาทเชิงบวกต่อการป้องกันและควบคุมมะเร็งปอด ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในจีน

อีกตัวอย่างหนึ่งของความล้ำสมัยของเฮลธ์แคร์ AI ก็ได้แก่ การเปิดตัว “โรงพยาบาลตัวแทน” โดยสถาบันวิจัยอุตสาหกรรม AI ของมหาวิทยาลัยชิงฮวา (Tsinghua) เมื่อต้นปี 2025 

นี่ถือเป็นโรงพยาบาลตัวแทนต้นแบบแห่งแรกของโลกที่ใช้ระบบ AI ในการวินิจฉัยและตัดสินใจด้านการรักษาแบบ “ต้นจนจบ” (End-to-End) ที่ครอบคลุมกว่า 20 แผนกและสำหรับมากกว่า 300 สถานการณ์โรค โดยระบบสามารถสร้างเวชระเบียน วิเคราะห์ภาพ และจัดทำรายงานการวินิจฉัยเบื้องต้นโดยอัตโนมัติด้วยอัตราความแม่นยำเฉลี่ยมากกว่า 93%

กระบวนการที่แพทย์อาจใช้เวลาครึ่งวันสามารถลดเหลือเพียงไม่กี่นาทีด้วยระบบ AI สิ่งนี้ทำให้โรงพยาบาลระดับปฐมภูมิที่มักเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแพทย์และจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการสาหัสในสัดส่วนค่อนข้างสูง มีประสิทธิภาพในการวินิจฉัยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่าเลยทีเดียว

ประการสำคัญ ระบบดังกล่าวเป็นไปตามหลักการที่ว่าระบบ AI เป็น “ตัวเปิดใช้งาน” แทนที่จะเป็น “ตัวแทน” ของแพทย์ นอกจากมีประสิทธิภาพสูงแล้ว เทคโนโลยีดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับมิติด้านความปลอดภัย เชื่อถือได้ และอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ 

หรือกล่าวอีกนับหนึ่งก็คือ ระบบ AI ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแทนที่แพทย์ แต่เพื่อการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการของแพทย์และอัลกอริทีมที่มีประสบการณ์สูงในการวิจัยและการสอน และสร้างวงจรปิดของ “การเรียนรู้-การวินิจฉัย-ข้อเสนอแนะ” รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาและการทำซ้ำของโมเดล AI ขนาดใหญ่ 

แนวทางของโรงพยาบาลตัวแทนดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางหลักที่สำนักงานคณะกรรรมการสุขภาพแห่งชาติและอีก 4 หน่วยงานพันธมิตรได้กำหนดไว้ และเพื่อวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการส่งเสริม AI ในการดูแลสุขภาพ 

แนวทางดังกล่าวยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลและอัลกอริทีมในการจัดหาข้อมูลทางการแพทย์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเสริมสร้างการสร้างฐานทดสอบระดับนำร่อง

นั่นหมายความว่า การปรับปรุงการกำกับดูแลเทคโนโลยี AI คุณภาพสูง ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาไปจนถึงการประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถ่ายภาพวินิจฉัย การผ่าตัด การให้คำปรึกษาทางการแพทย์ ยา และประกันสุขภาพ ต้องการการมีส่วนร่วมจากหลายฝ่าย 

จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ระบบ AI ยังช่วยให้สามารถการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อาทิ การรักษามะเร็ง การวางแผนกก่อนการผ่าตัด การตรวจจับร่องรอยของโรค และการทำพื้นที่เป้าหมาย อย่างไรก็ดี เพื่อให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวเกิดเป็นรูปธรรมและใช้ในวงกว้าง จีนจึงยังมี “การบ้าน” หลายข้อใหญ่รออยู่ 

ผมเรียนว่า ในจีน นโยบายภาครัฐถือเป็นกลไกสำคัญยิ่งของการเปลี่ยนแปลง การมี “บทบาทนำ” ในการกำหนดนโยบายในระยะยาวและสนับสนุนการสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลสาธารณะ จึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและช่วยลดอุปสรรคด้านข้อมูลและปรับปรุงกฎระเบียบ

นั่นหมายความว่า ระบบดังกล่าวจำเป็นต้องมีกรอบด้านกฎหมายกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของบริการทางการแพทย์ AI และเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลของผู้เข้ารับการรักษา

ขณะเดียวกัน สถาบันวิจัยจําเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงอัลกอริทึมและรูปแบบการฝึกอบรม ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงและใช้งานง่ายตามความต้องการของผู้ใช้

นอกจากนี้ จีนยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ในระดับรากหญ้าเพื่อปรับปรุงความสามารถในการวินิจฉัยและการรักษา ดังนั้น นอกจากโรงพยาบาลแล้ว จีนยังทดลองพัฒนาระบบ AI ในศูนย์บริการสุขภาพชุมชนหลายแห่งในกรุงปักกิ่ง ซึ่งถือเป็นศูนย์พยาบาลระดับรากหญ้าที่ใช้พลังของ AI เพื่อเพิ่มคุณภาพของบริการด้านการสาธารณสุข

ขณะที่คลีนิกดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานก็ใช้ระบบออนไลน์เพื่อติดตามน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานมากกว่า 800 ราย โดยระบบจะออกตำเตือนและคำแนะนำในการจัดการสุขภาพให้กับผู้ป่วยเมื่อตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดที่ผิดปกติ

นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังสามารถอัพโหลดรูปภาพมื้ออาหารไปยังระบบ เพื่อประเมินว่าอาหารในมื้อนั้นๆ ดีต่อสุขภาพหรือไม่ และให้คำแนะนำคนไข้ในการปรับปรุงรูปแบบและจัดลำดับการรับประทานอาหาร ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการจัดการสุขภาพที่ครอบคลุมและการแนะนำการรักษาอย่างทันท่วงที รวมทั้งยังช่วยลดภาระของแพทย์ในอีกทางหนึ่ง 

ในประเด็นนี้ สำนักงานคณะกรรรมการสุขภาพแห่งชาติและหน่วยงานพันธมิตรก็กำหนดเป้าหมายให้เทคโนโลยี AI พร้อมใช้งานในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ภายในปี 2030 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในวงการเห็นว่ามีโอกาสสูงที่จีนจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

ตอนหน้าผมจะพาไปส่องตัวอย่างของกิจการจีนที่นำเอาระบบเฮลธ์แคร์ AI มาใช้ในเชิงพาณิชย์ ...

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง