รีเซต

อิสราเอลโจมตีอิหร่าน กระทบไทยรอบด้าน กต.ตั้ง War Room รับมือ

อิสราเอลโจมตีอิหร่าน กระทบไทยรอบด้าน กต.ตั้ง War Room รับมือ
TNN ช่อง16
28 กุมภาพันธ์ 2569 ( 20:28 )
6

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาถึงจุดเดือดอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุปะทะระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน สัญญาณที่โลกอ่านออกเหมือนกันคือ ความเสี่ยงที่ “เหตุเฉพาะจุด” จะลุกลามเป็นวิกฤตระดับภูมิภาค

สำหรับคนไทย เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ข่าวต่างประเทศที่อ่านแล้วผ่านไป เพราะผลกระทบมันเดินทางมาถึงชีวิตประจำวันได้หลายทาง ตั้งแต่ความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่เสี่ยง ไปจนถึงราคาน้ำมัน ค่าโดยสารเครื่องบิน และราคาทองคำที่อาจแกว่งแรงขึ้นในช่วงที่ตลาดทั่วโลกกำลังวิ่งหาที่ปลอดภัย

กต.ขยับเร็ว ตั้ง War Room และเตรียมแผนอพยพ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตไทยในภูมิภาคติดต่อและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความเสี่ยงและแจ้งพัฒนาการแก่คนไทยในพื้นที่อยู่เสมอ

โดยเฉพาะสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ออกประกาศเตือนและให้คำแนะนำคนไทยตั้งแต่ช่วงต้นของสถานการณ์ พร้อมจัดให้มีสายด่วน (Hotline) ของสถานเอกอัครราชทูตฯ สำหรับคนไทย

ภายหลังเหตุการณ์ล่าสุด กระทรวงฯ ออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยในพื้นที่เสี่ยง โดยเน้นย้ำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในอิหร่านและอิสราเอลเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ หากยังมีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการ และขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นทบทวนการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ในเชิงปฏิบัติการ กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้ง “ศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room)” เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามสถานการณ์ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมการช่วยเหลือที่จำเป็น รวมถึงแผนอพยพในกรณีจำเป็น

นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุลเพื่อรับความช่วยเหลือเร่งด่วน ผ่าน Call Center กรมการกงสุล หมายเลข 0-2572-8442

ทำไมเหตุไกลตัว จึงกระทบกระเป๋าเงินคนไทยได้เร็ว

ในโลกที่ระบบเศรษฐกิจเชื่อมกันเป็นเครือข่าย ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่จำเป็นต้องลุกลามถึงไทยด้วยอาวุธ แค่ “ความกังวล” ของตลาดก็เพียงพอจะทำให้ราคาสินค้าบางชนิดกระโดดขึ้นก่อนข้อเท็จจริงจะชัดเจน และเมื่อความกังวลนั้นเกี่ยวพันกับภูมิภาคที่เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของโลก แรงสั่นสะเทือนก็ยิ่งแรง

ต่อจากนี้ คนไทยจะเห็นผลกระทบเด่น ๆ อย่างน้อย 3 ชั้น

1) พลังงานและค่าครองชีพ แพงขึ้นได้แบบต่อเนื่อง

ตะวันออกกลางเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของโลก เมื่อเกิดการปะทะ ความเสี่ยงที่เส้นทางขนส่งหรือแหล่งผลิตสะดุด จะทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนขึ้นทันที

ไทยเป็นประเทศนำเข้าพลังงาน หากราคาน้ำมันดิบดีดตัว ราคาขายปลีกในประเทศมีโอกาสปรับขึ้นตาม ซึ่งจะส่งผลต่อค่าขนส่ง ต้นทุนธุรกิจ และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในท้ายที่สุด ภาพที่ประชาชนจับต้องได้คือ ค่าน้ำมันเติมรถ ค่าเดินทาง และราคาสินค้าบางหมวดที่ขยับเร็วกว่าเงินเดือน

2) ทองคำยิ่งมีบทบาท “หลุมหลบภัย” แต่ความผันผวนก็สูงขึ้น

เมื่อโลกไม่แน่นอน นักลงทุนมักวิ่งเข้าหาสินทรัพย์ที่ถูกมองว่าปลอดภัยอย่างทองคำ ผลที่ตามมาคือราคาทองมักขยับขึ้นเร็วและแกว่งแรงตามข่าวรายวัน

คนที่ถือทองอยู่แล้วอาจเห็นมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่สำหรับคนที่กำลังจะซื้อหรือขาย ช่วงนี้คือช่วงที่ต้องใช้สติ เพราะราคาสามารถเหวี่ยงได้จากพาดหัวข่าวเพียงไม่กี่บรรทัด โดยเฉพาะเมื่อค่าเงินบาทและความเชื่อมั่นในตลาดการเงินเปลี่ยนทิศพร้อมกัน

3) เส้นทางบินอาจต้องอ้อม เวลาเดินทางเพิ่ม ต้นทุนสูงขึ้น

อีกผลกระทบที่มักมาแบบเงียบ ๆ คือการจัดการน่านฟ้าและเส้นทางบิน หากมีการปิดน่านฟ้าหรือจำกัดเส้นทางเพิ่ม สายการบินอาจต้องอ้อมพื้นที่เสี่ยง ทำให้ใช้เวลาเดินทางนานขึ้น และต้นทุนสูงขึ้นจากเชื้อเพลิงและค่าเสี่ยงภัย

คนไทยที่เดินทางไปยุโรปหรือต่อเครื่องผ่านตะวันออกกลางอาจเห็นผลชัด ทั้งเรื่องเวลาบินที่ยาวขึ้น ความไม่แน่นอนของตารางบิน และโอกาสที่ค่าโดยสารจะปรับขึ้นในช่วงที่ต้นทุนการบินเพิ่ม

ภาพใหญ่ที่ไทยกำลังรับมือ คือ “ความไม่แน่นอน” มากกว่าตัวเหตุการณ์

สิ่งที่ทำให้วิกฤตลักษณะนี้น่ากังวลไม่ใช่แค่เหตุโจมตีครั้งเดียว แต่คือคำถามว่า จะยืดเยื้อแค่ไหน และจะลุกลามไปถึงจุดที่กระทบโครงสร้างพลังงานและการเดินทางของโลกหรือไม่

ดังนั้น การตั้ง War Room และการเตรียมแผนอพยพจึงเป็นการรับมือกับ “ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น” มากกว่าการตอบโต้เหตุการณ์เฉพาะหน้า เพราะหากสถานการณ์เปลี่ยนจากตึงเครียดเป็นฉุกเฉิน เวลาที่ใช้ตัดสินใจจะสั้นลงทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง