รีเซต

11แบงก์ปี68 กำไร 2.65 แสนล. แนะเทรดดิ้งเน้นรับปันผลสูง

11แบงก์ปี68 กำไร 2.65 แสนล. แนะเทรดดิ้งเน้นรับปันผลสูง
ทันหุ้น
22 มกราคม 2569 ( 08:15 )
9

#กำไรกลุ่มแบงก์#ทันหุ้น-  11 แบงก์ โชว์กำไรปี68 แตะ 2.65 แสนล้านบาท  โต 3.63%  แบงก์ใหญ่ SCB งบเพิ่มขึ้นมากสุด 8% “ขัตติยา อินทรวิชัย”เน้นดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ  ด้าน “อาทิตย์ นันทวิทยา” มุ่งเติบโตยั่งยืน-บริหารความเสี่ยง  ด้านโบรก มองปี69กำไรทรงตัว แนะเทรดดิ้งตัวที่มีปันผลสูง คาด KBANK จะจ่าย 9.20 บาท, -BBL จ่าย 7.30 บาท TISCO จ่าย 5 บาท

ทันหุ้น”รวบรวมกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์)ที่ประกาศออกมาครบแล้ว 11 แห่ง พบมีกำไรสุทธิรวม  2.65 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.63% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 2.56 แสนล้านบาท   

โดยแบงก์ขนาดใหญ่ที่มีกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นมากสุด คือ  SCB เพิ่มขึ้น 8% อยู่ที่ 47,487.98 ล้านบาท  รองมา  BAY เพิ่มขึ้น 6.90% มีกำไรสุทธิ 31,738.43 ล้านบาท ถัดมา BBL เพิ่มขึ้น 1.80% อยู่ที่ 46,006.50 ล้านบาท   

@มุ่งโตยั่งยืน

 นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB กล่าวว่า SCBX ก้าวสู่ปี 2569 ด้วยทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย และการยกระดับประสบการณ์การบริการให้แก่ลูกค้า โดยจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพิ่มการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในทุกกลุ่ม ยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าระยะยาวอย่างสมดุลทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ นอกจากนี้ เรากำลังเร่งเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) เพื่อรองรับการเปิดดำเนินการตามแผนที่วางไว้

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า ปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ ธนาคารกสิกรไทยและบริษัทย่อยยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ผ่านการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 3+1 และการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายซึ่งรวมถึง ผู้ฝากเงิน ผู้ลงทุน ลูกค้าบุคคล ลูกค้าธุรกิจ และส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ตลอดจนสนับสนุนภาครัฐในโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มที่ ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง

@ปี69กำไรโตเล็กน้อย

 นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า หุ้นกลุ่มแบงก์ที่ประกาศงบออกมาส่วนใหญ่เป็นไปตามที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์  เพราะกำไรจากเงินลงทุนชะลอตัว ะ หลังจากปรับตัวดีมากในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา  ประกอบกับแบงก์ประเมินว่าในปี 2569 รายได้จะเริ่มชะลอตัว ทั้งจากสินเชื่อ และส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ  (NIM)ลดลง  จึงเร่งบันทึกค่าใช้จ่ายต่างๆ งบการลงทุนด้านเทคโนโลยีในปีนี้

 สำหรับแนวโน้มกำไรในปี2569 คาดว่าจะมีการเติบโตเล็งน้อย 1.4% อยู่ 227,898 ล้านบาท (7แบงก์)  ซึ่งยังเติบโตได้เล็กน้อย เป็นเพราะการตั้งสำรองที่ลดลง หลังจากตั้งสำรองส่วนเกินไว้ค่อนข้างมาก  ที่จะมาชดเชย NIM มีแนวโน้มลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตยากจากการแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจ Wealth Management และเป็นตัวแทนขายประกัน

@แนะเทรดดิ้งรับปันผล

ส่วนคำแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มแบงก์ ด้วยภาพรวมผลดำเนินงานที่ไม่หวือหวา แต่ด้วยกลุ่มแบงก์มีการจ่ายเงินปันผลสูง  จึงแนะนำแค่เทรดดิ้ง โดยหลังจากที่กลุ่มแบงก์ประกาศงบไตรมาส4/2568 แล้ว ราคาหุ้นตอบรับเชิงลบปรับตัวลงมา เป็นโอกาสที่จะเข้าซื้อเพื่อรับเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานในงวดครึ่งปีหลัง 2568  โดย KBANK จะจ่าย 9.20 บาท, BBL 7.30 บาท, KKP 3.00 บาท, KTB 1.30 บาท, TISCO 5  บาท และ TTB 0.07 บาท โดยเฉลี่ย Yield ของแบงก์ใหญ่น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5-6%

  โดยหุ้นกลุ่มแบงก์ตอนนี้ที่ฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำซื้อ คือ  KTB และTTB โดย TTB จะมีปัจจัยบวกเรื่องการซื้อหุ้นคืน ซึ่งจะจำกัดดาวไซด์ของราคาหุ้น และมีการตั้งสำรองที่สูง  ส่วน KTB นั้นมีจุดแข็งที่ ROE แข็งแกร่งกว่ากลุ่ม และมีโอกาสบันทึกกำไรจากการขายหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ  THAI นอกจากนี้การตั้งสำรองมีแนวโน้มชะลอลงเพราะมี Coverage Ratio ที่สูงกว่าคู่กว่าแบงก์อื่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง