รีเซต

NAVER บริษัทแม่ของ LINE ใช้ระบบคราวด์เชื่อมต่อหุ่นยนต์ผ่านเครือข่าย 5G ของบริษัท

NAVER บริษัทแม่ของ LINE ใช้ระบบคราวด์เชื่อมต่อหุ่นยนต์ผ่านเครือข่าย 5G ของบริษัท
TNN ช่อง16
1 มิถุนายน 2565 ( 15:35 )
50
NAVER บริษัทแม่ของ LINE ใช้ระบบคราวด์เชื่อมต่อหุ่นยนต์ผ่านเครือข่าย 5G ของบริษัท

การนำหุ่นยนต์มาให้บริการในอาคารสำนักงาน ร้านค้า ร้านอาหาร หรือพื้นที่อื่น ๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่สำนักงานใหญ่ของเนเวอร์ (Naver) ในเมืองซ็องนัม (Seongnam) ประเทศเกาหลีใต้ ได้เปลี่ยนมุมมองการนำหุ่นยนต์มาใช้บริการไปโดยสิ้นเชิง สำนักงานแห่งนี้มีหุ่นยนต์กว่า 40 ตัว กำลังเคลื่อนที่ไปมาภายในอาคารสำนักงานสูง 28 ชั้น โดยที่ไม่หลงและสามารถจองลิฟต์ให้ตัวเองได้ โดยมีหน้าที่ในการส่งสิ่งของหรือกาแฟให้กับพนักงานอย่างเรียบร้อยและแม่นยำ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการนำส่วนการคำนวณของหุ่นยนต์ฝากไว้บนระบบคราวด์ (Cloud) และเชื่อมต่อกับหุ่นยนต์แต่ละตัวผ่านเครือข่าย 5G ของบริษัท


เนเวอร์ (Naver) บริษัทด้านเทคโนโลยีและบริการผ่านอินเทอร์เน็ตของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นเจ้าของบริการยอดนิยมในไทยอย่างไลน์ (LINE) ลงทุนกว่า 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 19,000 ล้านบาท ในการพัฒนาโครงข่าย 5G ของตนเองเพื่อการให้บริการภายในอาคารสำนักงานใหญ่ โดยในเดือนธันวาคมปีนี้ เนเวอร์ (Naver) จะเป็นบริษัทเอกชนรายแรกที่ไม่ใช่บริษัทโทรคมนาคมในเกาหลีใต้ที่ได้ใบอนุญาตให้ใช้งาน 5G อย่างเป็นทางการเพื่อการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมหุ่นยนต์


ระบบควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ถูกอัปโหลด (Upload) ขึ้นไปบนระบบคราวด์ (Cloud) หรือระบบที่ฝากไฟล์และโปรแกรมต่าง ๆ เอาไว้ในเซิร์ฟเวอร์ (Server) ของบริษัท เพื่อให้หุ่นยนต์แต่ละตัวไม่จำเป็นต้องมีระบบควบคุมของตัวเอง เพียงแค่มีตัวรับสัญญาณ 5G เพื่อการรับส่งข้อมูลและคำสั่งได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น 


ซอกซังอก (Seok Sang-ok) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของบริษัทมองว่า 5G ที่มีค่าความหน่วง (Latency) ต่ำ จะช่วยให้การผลิตหุ่นยนต์ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องของขนาดโดยยังคงมีการประมวลผลขั้นสูงได้เพียงอาศัยการเชื่อมต่อไปยังคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถขั้นสูงแทน รวมถึงยังเปิดเผยด้วยว่าการใช้ 5G แทนการฝังส่วนประมวลผลไว้ที่ตัวหุ่นยนต์ทำให้ลดต้นทุนการผลิตไปได้มากกว่าตัวละ 50,000 บาท 


เนเวอร์ (Naver) ต้องการพัฒนาเครือข่าย 5G ให้รวดเร็วไปพร้อม ๆ กันกับการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์บนคราวด์เพื่อการคำนวณสำหรับหุ่นยนต์จำนวนมากในอนาคต โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มหุ่นยนต์บริการเป็น 100 ตัว ภายในปีนี้ ควบคู่กับเพิ่มพื้นที่ศูนย์จัดเก็บข้อมูล (Data Center) เป็น 300,000 ตารางเมตรภายในปี 2023 ซึ่งจะมีขนาดใกล้เคียงกันกับศูนย์จัดเก็บข้อมูลของไมโครซอฟต์ (Microsoft) และแอปเปิล (Apple) 


วองจอนยอล (Won Choong-lyol) จากฝ่ายวิจัยและพัฒนา (Naver Labs) มองว่าการใช้ 5G นั้นมีข้อดีมหาศาล แต่การพัฒนาในปัจจุบันกลับเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนมากเกินไป ทางบริษัทจึงเข้ามาพัฒนาในส่วนของหุ่นยนต์ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อนเพื่อทำให้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในอนาคตนั้นดีขึ้น




ที่มาข้อมูลและรูปภาพ Reuters


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง