เปิด 3 แนวทางหลัง “แผนรถเก่าแลกรถใหม่” ไม่ได้ไปต่อ คลังเตรียมทำอะไรบ้าง?

ความพยายามผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในสู่ยานยนต์พลังงานสะอาดของภาครัฐ กำลังเข้าสู่เฟสใหม่ หลังจากแนวคิด “รถเก่าแลกรถใหม่” ที่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญ ถูกพับเก็บไปในที่สุด เนื่องจากพบข้อจำกัดในการดำเนินงานจริงหลายด้าน
ล่าสุด นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลในระยะต่อไป จะไม่ได้ใช้รูปแบบรถเก่าแลกรถใหม่อีกต่อไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งออกแบบมาตรการใหม่ที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ตลาดมากกว่าเดิม
ทำไม “รถเก่าแลกรถใหม่” จึงไปต่อไม่ได้
ที่ผ่านมา แนวคิดรถเก่าแลกรถใหม่ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดจำนวนรถยนต์เก่าที่ปล่อยมลพิษสูง พร้อมกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์พลังงานสะอาดมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติกลับพบอุปสรรคหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการประเมินมูลค่ารถเก่า การกำจัดซากรถยนต์ การตรวจสอบสิทธิ์ผู้เข้าร่วมโครงการ รวมถึงภาระงบประมาณที่อาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ภาครัฐต้องกลับมาทบทวนรูปแบบการสนับสนุนใหม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อประชาชน อุตสาหกรรมยานยนต์ และการใช้เม็ดเงินภาครัฐ
แผนใหม่ใช้งบ 2 แสนล้านบาท กระตุ้นการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ขณะนี้กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างออกแบบมาตรการสนับสนุนชุดใหม่ เพื่อเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้พระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท
สำหรับแผนงานด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้รับการจัดสรรกรอบวงเงินสูงถึง 200,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงบประมาณขนาดใหญ่ที่รัฐบาลเตรียมนำมาใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศ
3 แนวทางใหม่ที่รัฐกำลังพิจารณา
แม้รูปแบบสุดท้ายยังไม่ถูกสรุป แต่กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตกำลังพิจารณาหลายทางเลือกที่มีความเป็นไปได้ อาทิ แนวทางแรก คือ การใช้มาตรการภาษี โดยเฉพาะการลดภาษีสรรพสามิตเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค แนวทางที่สอง คือ การอุดหนุนโดยตรงให้แก่ผู้ซื้อ
ส่วนแนวทางที่สาม คือ การสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการเข้าถึงยานยนต์พลังงานสะอาด
เปิดรับฟังทุกฝ่ายก่อนเคาะมาตรการ
ปลัดกระทรวงการคลังระบุว่า ก่อนสรุปรายละเอียดอย่างเป็นทางการ กรมสรรพสามิตจะต้องหารือร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อให้มาตรการที่ออกมาสอดคล้องกับสภาพตลาดและสามารถดำเนินการได้จริง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
