รีเซต

นอนในรถเปิดแอร์เสี่ยงเสียชีวิตจริงหรือ? เช็กอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

นอนในรถเปิดแอร์เสี่ยงเสียชีวิตจริงหรือ? เช็กอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
TNN ช่อง16
4 กรกฎาคม 2569 ( 18:09 )
11

นอนในรถเปิดแอร์ ปลอดภัยจริงหรือ? รู้ทัน "มฤตยูเงียบ" ที่คร่าชีวิตได้โดยไม่รู้ตัว

การจอดรถเพื่อนอนพักระหว่างเดินทางไกลเป็นทางเลือกที่หลายคนใช้ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหรือเมื่อต้องขับรถต่อเนื่องหลายชั่วโมง อย่างไรก็ตาม หากจอดรถติดเครื่องยนต์ เปิดเครื่องปรับอากาศ และปิดกระจกมิดชิดเป็นเวลานาน อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อชีวิตจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide: CO) และภาวะขาดออกซิเจน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นเป็นระยะในประเทศไทย

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง เช่น กรมควบคุมโรค และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เคยออกคำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการนอนในรถที่ติดเครื่องยนต์เป็นเวลานาน เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของก๊าซพิษโดยที่ผู้ขับขี่ไม่รู้ตัว

ทำไมการนอนในรถจึงอันตราย?

อันตรายสำคัญเกิดจาก ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ หากระบบท่อไอเสียมีความผิดปกติ หรือรถจอดอยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ก๊าซดังกล่าวอาจย้อนเข้าสู่ห้องโดยสาร

CO เป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ทำให้ผู้ที่สูดดมไม่สามารถรับรู้ได้ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ก๊าซชนิดนี้จะจับกับฮีโมโกลบินในเลือดได้ดีกว่าออกซิเจนหลายร้อยเท่า ส่งผลให้ร่างกายและสมองได้รับออกซิเจนลดลง จนนำไปสู่อาการหมดสติและเสียชีวิตได้

นอกจากนี้ การอยู่ในพื้นที่ปิดเป็นเวลานานยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดออกซิเจน ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท หัวใจ และอวัยวะสำคัญของร่างกาย

สถานการณ์แบบไหนที่มีความเสี่ยงสูง?

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สถานการณ์ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่

  • จอดรถติดเครื่องยนต์ เปิดแอร์ และปิดกระจกมิดชิดนานกว่า 30–40 นาที
  • จอดรถในพื้นที่อากาศไม่ถ่ายเท เช่น โรงรถภายในบ้าน อาคารจอดรถใต้ดิน หรือพื้นที่มีผนังล้อมรอบ
  • รถยนต์ที่ไม่ได้ตรวจสอบระบบท่อไอเสียหรือซีลห้องโดยสารเป็นประจำ
  • การนอนหลับลึกหลายชั่วโมงโดยไม่มีผู้สังเกตอาการ

แม้ว่าจะเปิดเครื่องปรับอากาศ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย หากมีไอเสียเล็ดรอดเข้าห้องโดยสาร ผู้ที่นอนหลับอาจไม่รู้สึกผิดปกติจนกระทั่งหมดสติ

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

หากเริ่มมีอาการต่อไปนี้ระหว่างพักในรถ ควรรีบออกจากรถทันที

  • ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ มึนงง
  • คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียผิดปกติ
  • หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ใจสั่น
  • ง่วงผิดปกติ สับสน เซื่องซึม
  • หมดสติ

หากออกจากรถแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เนื่องจากการได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์อาจส่งผลกระทบต่อสมองและหัวใจได้ แม้พ้นช่วงอันตรายแล้วก็ตาม

หากจำเป็นต้องพักในรถ ควรทำอย่างไร?

หน่วยงานด้านสุขภาพแนะนำแนวทางลดความเสี่ยง ดังนี้

  • ดับเครื่องยนต์และปิดเครื่องปรับอากาศ หากต้องการพักเกิน 15–20 นาที
  • แง้มกระจกอย่างน้อย 2 บาน เพื่อให้อากาศหมุนเวียน
  • เลือกจอดในพื้นที่โล่ง อากาศถ่ายเทดี เช่น ปั๊มน้ำมันหรือจุดพักรถที่มีระบบรักษาความปลอดภัย
  • จำกัดเวลาพักประมาณ 20–30 นาที เพื่อเป็นการงีบพักระหว่างเดินทาง
  • ปรับเบาะให้อยู่ในท่าที่ไม่กดทับทางเดินหายใจ และล็อกรถทุกครั้ง

ความเข้าใจผิดที่ควรแก้ไข

หลายคนเชื่อว่า "เปิดแอร์ก็ปลอดภัย" แต่ในความเป็นจริง หากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์รั่วเข้าสู่ห้องโดยสาร เครื่องปรับอากาศไม่สามารถกำจัดก๊าซพิษดังกล่าวได้

แม้ประเทศไทยจะพบผู้เสียชีวิตจากการนอนในรถเปิดแอร์ไม่มากนักในแต่ละปี แต่ทุกกรณีถือเป็นเหตุการณ์ที่สามารถป้องกันได้ หากประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงและปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

สำหรับการเดินทางไกล ผู้เชี่ยวชาญยังคงแนะนำว่า หากรู้สึกง่วงมาก ควรเลือกพักในจุดพักรถหรือที่พักที่จัดไว้โดยเฉพาะ มากกว่าการใช้รถยนต์เป็นสถานที่นอนเป็นเวลานาน เพราะนอกจากลดความเสี่ยงด้านสุขภาพแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากอาชญากรรมและเหตุไม่คาดคิดได้อีกด้วย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง