รีเซต

ศบค.เปิดมาตรการคุมการระบาดโควิด-19 ช่วงเทศกาลตรุษจีน 2565

ศบค.เปิดมาตรการคุมการระบาดโควิด-19 ช่วงเทศกาลตรุษจีน 2565
TNN ช่อง16
25 มกราคม 2565 ( 14:26 )
38
ศบค.เปิดมาตรการคุมการระบาดโควิด-19 ช่วงเทศกาลตรุษจีน 2565

วันนี้ (25 ม.ค.65) พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค ในฐานะผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวัน โดยระบุว่า แม้ประเทศไทยพบอัตราผู้ป่วยเพิ่ม แต่อัตราการเสียชีวิตกลับไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์โลก 

 

โดยปัจจัยที่สำคัญ คือ การได้รับวัคซีนครบโดสและในสถานการณ์ในประเทศขณะนี้ที่มีการรายงานพบสายพันธุ์โอไมครอนมีการกระจายครบทุกจังหวัด ซึ่งการรับวัคซีนเข็มกระตุ้นสำคัญมาก ไม่ว่าจะรับวัคซีนครบโดสยี่ห้อใดก็ตาม เมื่อผ่านไป 3 เดือน ภูมิคุ้มกันก็จะเริ่มลดลง ควรไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น เพราะวัคซีนเข็มกระตุ้นสามารถป้องกันการติดเชื้อของการระบาดโอไมครอน 79- 89% โดยวัคซีนทุกสูตรก็ยังป้องกันการป่วยรุนแรง และเสียชีวิตได้ 90- 100%

 

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ หลังมีการรายงานผู้ติดเชื้อเป็นอันดับหนึ่งมา 10 วันแล้ว กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค และศบค.ชุดเล็กมีความห่วงยังได้มีการลงสอบสวนแต่ละคลัสเตอร์ รวมถึงมาตรการควบคุมโรคในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการระบาดได้ 

 

เช่น การรวมตัวกันของญาติ พี่น้องจากหลายที่รวมตัวกันการจัดกิจกรรมเซ่นไหว้บรรพบุรุษภายในบ้าน การเดินทางไปตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต การเดินทางไปศาลเจ้าเพื่อไปไหว้พระขอพร หรือการไหว้เจ้า ซึ่งมีคนค่อนข้างแออัด เป็นต้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคได้ จึงขอให้ประชาชนใช้ชีวิตภายใต้มาตรการปลอดภัยอย่างเข้มงวด

 

สำหรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 สำหรับ การจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลตรุษจีน ช่วงวันที่ 28 มกราคม

2565 - 3 กุมภาพันธ์ 2565

 

 

สถานการณ์ และ ความเสี่ยงจาก COVID-19 ในช่วงเทศกาลตรุษจีน

- การรวมตัวกันของญาติ พี่น้องจากหลายที่มารวมตัวกัน เพื่อ การเซ่นไหว้บรรพบุรุษ พบปะสังสรรค์

- การจัดกิจกรรมการเซ่นไหว้บรรพบุรุษภายในบ้าน การนัดรวมตัวกันระหว่างญาติมิตร

- การเดินทางไป ตลาด หรือ ซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อซื้อชุดเซ่นไหว้ ซึ่งมีผู้คนค่อนข้างแออัด

- การเดินทางไป ร้านอาหาร เพื่อรับประทานอาหารและพบปะสังสรรค์ในครอบครัว

- การเดินทางไป ศาลเจ้า เพื่อไปไหว้พระขอพร หรือการไหว้เจ้า ซึ่งมีผู้คนค่อนข้างแออัด

จากความเสี่ยง ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ในสถานที่ ได้แก่ ร้านอาหาร ตลาด ศาลเจ้า หรือ สถานที่ที่มีการรวมกลุ่มเครือญาติ ควรมีการยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 

 

สำหรับการจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลตรุษจีน ตามมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID Free Setting) ในช่วงวันที่ 28 มกราคม 2565 - 3 กุมภาพันธ์ 2565 ดังนี้

1. ยกระดับ COVID Free Personnel

1.1 ผู้จัดงาน เจ้าหน้าที่ ทุกคน ต้องฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ที่กำหนด

1.2 ตรวจคัดกรองพนักงาน เจ้าหน้าที่ ด้วย ATK ก่อนจัดงานอย่างน้อย 72 ชั่วโมง

1.3 ตรวจคัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้างานด้วย Thai Save Thai หรือ APP อื่น ๆ

1.4 ถือปฏิบัติตามมาตรการ UP-DMHTA

1.5 งดกิจกรรมที่มีการสัมผัสใกล้ชิด การเต้นรำ งานมหรสพ

 

 

2. ยกระดับ COVID Free Customer

2.1 ผู้เข้าร่วมงานต้องลงทะเบียน และแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนเข้างาน หรือมีผลการตรวจ ATK เป็นลบก่อนเข้างานอย่างน้อย 72 ชั่วโมง

2.2 ตรวจคัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้างานด้วยThai Save Thai หรือAPP อื่น ๆ

2.3 ถือปฏิบัติตามมาตรการ UP-DMHTA

 

 

3. ยกระดับ COVID Free Environment

3.1 ปฏิบัติตามมาตรการ CFS สำหรับการจัดกิจกรรม กรณี "ร้านอาหาร" "ตลาด " "ศาลเจ้า" ให้ปฏิบัติตามมาตรการ CFS อย่างเคร่งครัด

3.2 กำหนดทางเข้า-ออก สถานที่จัดงานที่ชัดเจน จัดจุดคัดกรอง และลงทะเบียนผู้เข้าร่วมงาน พร้อมทั้งจัดพนักงานควบคุม

3.3 เน้นการทำความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ พื้นผิวสัมผัสบ่อย ๆ ทั้ง ก่อน-หลังการจัดงาน ห้องน้ำ และจุดสัมผัสร่วม ทุก 1-2 ชั่วโมง

3.4 จัดระยะห่างระหว่างเวทีอย่างน้อย 5 เมตร กำหนดโซการจัดกิจกรรมให้ชัดเจน หากมีการจัดการแสดงมหสพ และเว้นระยะห่างระหว่างบูธ ร้านค้า อย่างน้อย 1 - 2 เมตร

3.5 ควบคุมจำนวนผู้ร่วมงานไม่ให้แออัด ไม่เกิน 1 คน ต่อ 4 ตารางเมตร และติดป้ายแสดงจำนวนให้ชัดเจน และ มีมาตรการงดการรวมตัวกัน ณ จุดใด จุดหนึ่ง

3.6 กรณีสถานที่จัดงานเป็นพื้นที่ปิด จัดให้มีการระบายอากาศที่เพียงพอ และหมุนเวียนที่เหมาะสมภายในสถานที่จัดงาน ห้องน้ำ มีระบบระบายอากาศที่ดี

3.7 จัดสิ่งแวดล้อมในสถานที่จัดงานให้เป็นระเบียบ ไม่ขวางทางเดิน และ ไม่วางของสูงจนปิดกั้นการระบายอากาศ

3.8 ลดจำนวนจุดไหว้เท่าที่จำเป็น หรือใช้ธูปเทียนไฟฟ้า

 

 

ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูล COVID-19

ภาพจาก TNN ONLINE

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง