ทรีนีตี้ ชี้เป้าหุ้นเด่นกลุ่มพลังงาน-อิเล็กฯ รับอานิสงส์กำไรแกร่ง

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนในสภาวะที่ความชัดเจนของสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่เกิดขึ้นและยังคงส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ทำให้ประเมินว่ากระแสเงิน Fund flow ในระดับโลกจะยังคงถูกพักไว้ในกลุ่มหุ้นที่เห็นการปรับเพิ่มประมาณการขึ้นมากสุดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาหลังจากเกิดสงคราม นั่นก็คือกลุ่ม Oil & Gas และกลุ่ม Technology
สำหรับตลาดหุ้นไทยก็อยู่ในลักษณะเดียวกันกับตลาดหุ้นโลก คือกระแสของเม็ดเงินที่น่าจะเห็นการเก็งกำไรไปยังกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และอิเล็กทรอนิกส์ ที่ยังคงเห็นโมเมนตัมของประมาณการกำไรที่แข็งแกร่ง และหุ้นกลุ่มเหล่านี้เป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักสูงในตลาด จึงทำให้ล่าสุดคาดการณ์กำไร EPS ของตลาดหุ้นไทยยังคงถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขึ้นมาที่ 97.1 บาทต่อหุ้น
นายณัฐชาต กล่าวว่า ด้วยภาพเช่นนี้ จึงประเมินการแกว่งตัว Sideways ของ SET Index ในเดือนนี้ มองกรอบแนวรับแรกที่ระดับ 1,450 จุด และแนวรับสำคัญที่ 1,420 จุด ในทางกลับกันประเมินกรอบแนวต้านแรกที่ 1,510 จุด และกรอบแนวต้านสำคัญที่ 1,540 จุด
อย่างไรก็ตาม หุ้นที่น่าสนใจในเดือนนี้ ได้แก่
1. กลุ่มพลังงานต้นน้ำ และปิโตรเคมี เช่น PTTEP, PTTGC, SCC, IRPC
2. กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ DELTA, KCE, HANA
3. กลุ่มส่งออกอาหาร/เกษตรที่มียอดส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง อาทิ ITC, TFG
ปัจจัยสำคัญที่น่าติดตามในเดือนนี้ ได้แก่
1.คาดการณ์เงินเฟ้อในระดับโลก จากทิศทางราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่สูง รวมไปถึงผลกระทบที่ส่งต่อไปยังระดับ Bond yield ในตลาด
2. การปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยในตะกร้าดัชนี MSCI Emerging Market ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในการประกาศผลช่วงเช้าวันที่ 13 พฤษภาคมตามเวลาบ้านเรา เนื่องจากหากนับตั้งแต่การ Rebalance ครั้งก่อน หุ้นไทยปรับตัว Underperform บนมาตรวัด Free-float adjusted พอสมควร
3. ความผันผวนของหุ้น DELTA ซึ่งหากเพิ่มสูงขึ้นในทางขาขึ้นอย่างสำคัญ อาจมีความเสี่ยงถูกขึ้นบัญชี Trading Alert อีกครั้ง ซึ่งหากเกิดขึ้นจะทำให้ตัวหุ้นหลุดอออกจากดัชนี SET50 และ SET100 ประจำรอบ 2H26 ทันที
4. ตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่สำคัญทั้ง ดัชนีภาคการผลิต (ออกมาแล้วเช้าวันนี้ ยังอยู่ในโซนขยายตัว แต่ต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี) ดัชนีราคาผู้บริโภค (ประกาศวันพรุ่งนี้ตลาดคาด +2.2% YoY) และความเชื่อมั่นผู้บริโภค รวมถึงยอดการส่งออก-นำเข้า เป็นต้น
5. มาตรการควบคุมราคาพลังงาน และการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นต่างๆ จากทางรัฐบาล รวมถึงความชัดเจนของการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
6. เทศกาลประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนภายในประเทศ และปัจจัยฤดูกาลเกี่ยวกับการโยกย้ายเงินปันผลออกนอกประเทศของนักลงทุนต่างชาติ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
