รีเซต

BGRIMถึงเวลาเร่งสปีดโตไฟฟ้า-ดาต้าฉลุยจับตา IPP

BGRIMถึงเวลาเร่งสปีดโตไฟฟ้า-ดาต้าฉลุยจับตา IPP
ทันหุ้น
3 กุมภาพันธ์ 2569 ( 02:30 )
5

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุ ผลการดำเนินงานของบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เข้าสู่รอบฟื้นตัวในปี 2569 หนุนจากการทยอยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกลุ่ม Hyperscaler ในพื้นที่ EEC เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทำให้คาดว่ากำไรหลักของบริษัทจะเติบโตในอัตราเฉลี่ยต่อปีระดับ “สองหลัก” ต่อเนื่องในช่วง 5 ปีข้างหน้า

               ดังนั้นการปรับตัวลงแรงของราคาหุ้น BGRIM ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดจากความกังวลของตลาดต่อราคาก๊าซ LNG อ้างอิง JKM ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการปรับโครงสร้าง Gas Pool ของ ปตท. ที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม ซึ่งถูกมองว่าจะกดดันอัตรากำไรของโรงไฟฟ้า SPP ในปี 2569 และนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไร อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าความกังวลดังกล่าว “เกินจริง”

               เนื่องจากการปรับขึ้นของราคา LNG รอบล่าสุดเป็นผลจากปัจจัยฤดูกาล จากสภาพอากาศหนาวในยุโรป ขณะที่ ปตท. ได้เพิ่มสัดส่วนการจัดหา LNG ภายใต้สัญญาระยะยาวจาก 5.2 ล้านตันต่อปี เป็น 6.2 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะช่วยจำกัดความผันผวนของต้นทุนก๊าซในระบบ Gas Pool ของไทย ทำให้ผลกระทบจากราคาตลาดจร (Spot LNG) ต่อโครงสร้างต้นทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับในอดีต

@พลังงานหมุนเวียนหนุน

ขณะเดียวกัน ในช่วงปี 2569–2570 การเติบโตของกำไร BGRIM จะได้รับแรงหนุนหลักจากโครงการพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nakwol 1 กำลังผลิต 365 เมกะวัตต์ ซึ่งสามารถจำหน่ายไฟฟ้าผ่านตลาด Korea Power Exchange (KPX) ได้ก่อนวันที่โครงการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) เต็มรูปแบบในช่วงกลางปี 2569

               นอกจากนี้ ปี 2569 บริษัทจะรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วในปี 2568 อาทิ โครงการโซลาร์อู่ตะเภา เฟส 1 ขนาด 18 เมกะวัตต์ และโครงการโซลาร์ ARECO ขนาด 65 เมกะวัตต์ ขณะที่โครงการที่ COD ในปี 2569 เช่น โครงการลม Houng Hoa 1 ขนาด 48 เมกะวัตต์ และโครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคเอกชนรวมราว 145 เมกะวัตต์ จะเริ่มรับรู้รายได้บางส่วน รวมถึงการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสหรัฐฯ กำลังผลิตรวม 406 เมกะวัตต์ หลังเข้าถือหุ้น 25% ในไตรมาส 1/2569

ดาต้าเซ็นเตอร์เร่งกำไร

               สำหรับระยะยาวกำไรของ BGRIM จะได้รับแรงขับเคลื่อนจากดีมานด์ดาต้าเซ็นเตอร์ โดยโครงการร่วมทุนดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 96 เมกะวัตต์ กับ Digital Edge จะเริ่มดำเนินการในปี 2570 ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าจองเต็มแล้ว แม้โครงการจะขาดทุนเล็กน้อยในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่ออัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น คาดว่าจะเริ่มสร้างกำไรในปี 2571

               นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเห็นการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) เพิ่มเติม ลักษณะเดียวกับดีลล่าสุดขนาด 100 เมกะวัตต์กับ NTT Global เนื่องจากกำลังการผลิตของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ถูกจองเกือบเต็มโดยกลุ่ม Hyperscaler แล้ว ทำให้ดีมานด์ใหม่จำเป็นต้องพึ่งพา Private PPA กับโรงไฟฟ้า SPP โดยตรง

               ขณะเดียวกัน ยังมี Upside จากแผนพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ IPP ขนาด 1.5 กิกะวัตต์ ในมาเลเซีย เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ ภายใต้บริษัทร่วมทุนใหม่กับ KAB ซึ่งมีที่ดินกว่า 34.5 เฮกตาร์ พร้อมโครงข่ายส่งไฟฟ้าแรงสูง 275kV และท่อส่งก๊าซรองรับแล้ว

โค้งท้ายกำไรพุ่ง

ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าไตรมาส 4/2568 BGRIM จะมีกำไรสุทธิปรับปรุง (Normalized NPAT) ราว 362 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากส่วนต่างราคาก๊าซและค่าไฟ (Spark Spread) ที่กว้างขึ้น หลังต้นทุนก๊าซลดลง 10% YoY ขณะที่ค่าไฟฟ้าปรับลดลงเพียง 6% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรอาจลดลง 13% จากไตรมาสก่อนหน้า จากปัจจัยฤดูกาลและค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้น

               สำหรับไตรมาส 1/2569 คาดว่ากำไรหลักจะอยู่ที่ประมาณ 479 ล้านบาท ลดลง 36% YoY จากฐานสูงที่มีรายได้พิเศษในปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 32% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 20 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง