ประมงระยอง สุดทน!  เสนอสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ยกเลิกอาชีพประมง ให้รัฐชดใช้เยียวยา

ประมงระยอง สุดทน!  เสนอสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ยกเลิกอาชีพประมง ให้รัฐชดใช้เยียวยา
มติชน
12 สิงหาคม 2563 ( 16:42 )
28
ประมงระยอง สุดทน!  เสนอสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ยกเลิกอาชีพประมง ให้รัฐชดใช้เยียวยา

เมื่อวันที่12 สิงหาคม นายพรศักดิ์ แย้มกลิ่น นายกสมาคมประมงระยอง กล่าวว่า ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมประมง เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 11 สิงหาคม มีมติเสนอสมาคมประมงแห่งประเทศไทยว่ากฏหมายและระเบียบที่รัฐบาลออกมาแก้ไขปัญหาให้ไอยูยู ซึ่งบัดนี้เป็นเวลา 5 ปีผ่านไปแล้วกฎระเบียบที่ออกมาบังคับใช้ชาวประมงรับไม่ไหว จึงเสนอให้สมาคมประมงแห่งประเทศไทยให้นำเสนอขอยกเลิกอาชีพประมง โดยให้รัฐบาลชดใช้และเยียวยา

 

นายพรศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกกฏหมายและระเบียบในการแก้ไขปัญหาประมง (ไอยูยู) อาทิเรื่องแรงงานประมง สวัสดิการ สาธารณสุข เรื่องไหนที่เราทำได้พวกเราก็ปฏิบัติตามจนรัฐบาลได้ใบเหลืองและได้ใบเขียวมาตั้งแต่ต้นปี 2562 พวกเราก็ขอให้รัฐบาลปรับแก้กฏหมายที่มันแรงเกินไปจนพวกเราอยู่กันไม่ไหวให้กับพวกเราบ้าง ก็ยังไม่เห็นปรับแก้อะไรให้เลย จะขออะไรแต่ละอย่างก็กลัวไปขัดไอยูยู จนมีการเดินทางนับหมื่นคนเข้าไปเรียกร้องที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีรองนายกจุรินทร์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแล เรื่องประมง และมีการรับข้อเสนอการเรียกร้องของกลุ่มประมง

 

 

“หลังจากนั้นรัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติจากรองนายกจุรินทร์ พรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลเรื่องประมง การแก้ไขปัญหากฎหมายกฎระเบียบประมง ต้องผ่านคณะกรรมการฯชุดนี้ก่อน สรุปแล้วที่เราไปเรียกร้องก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ทำให้กลุ่มประมงประสบปัญหาความเดือดร้อน จึงต้องมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมประมงระยอง และมีมติในที่ประชุมให้นำเรื่องเสนอสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ให้นำเสนอรัฐบาลขอยกเลิกอาชีพประมง โดยให้รัฐบาลชดใช้และเยียวยากลุ่มประมง” นายพรศักดิ์ กล่าว

 

นายพรศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรือประมงพาณิชย์จ.ระยองมี 5 สมาคม มีทะเบียนถูกต้องอยู่ประมาณ 1,000 ลำ แต่ออกทำประมงเพียง 20%หรือประมาณ 200 ลำ ก็อยู่กันไม่ไหว โรงงานผลิตน้ำปลาต้องไปซื้อปลาจากพม่า กัมพูชา มาหมักผลิตน้ำปลา ดังนั้นคณะกรรมการบริหารสมาคมประมงจึงมีการประชุมและได้ข้อสรุปดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง