รีเซต

ศรัทธาเหนือกาลเวลา สัมผัสความงดงามและรอยจารึกแห่งความดี "พระสุพรรณกัลยา" ในย่างกุ้ง

ศรัทธาเหนือกาลเวลา สัมผัสความงดงามและรอยจารึกแห่งความดี "พระสุพรรณกัลยา" ในย่างกุ้ง
TNN ช่อง16
7 เมษายน 2569 ( 14:10 )
14

ลบภาพจำความกังวล แล้วออกไปสัมผัสศรัทธาที่ยังคงงดงาม นี้ที่ 'ย่างกุ้ง' ยืนยันความพร้อมในฐานะหมุดหมายสายมูอันดับหนึ่งใกล้ไทย ด้วยมาตรการฟรีวีซ่า 14 วัน และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ปลอดภัย และเต็มไปด้วยรอยยิ้มของชาวเมียนมาที่รอต้อนรับนักแสวงบุญชาวไทยอีกครั้ง

หนึ่งในพิกัดที่เข็มทิศแห่งศรัทธามุ่งหน้าสู่ใจกลางเมียนมา นครย่างกุ้งในปี 2026 ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางสายมูและผู้แสวงบุญชาวไทยให้ความสนใจอย่างไม่เสื่อมคลาย ด้วยอานิสงส์ของมาตรการฟรีวิซ่าและการเดินทางที่สะดวกสบาย ทำให้การไปเยือนศาสนสถานสำคัญไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และหนึ่งในจุดหมายที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงหัวใจคนไทยและพม่าเข้าไว้ด้วยกัน คือ “เจดีย์ไจ๊คะล่อ” (Kyaik Ka Lo Pagoda)

เจดีย์องค์นี้ไม่เพียงแต่เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นที่ตั้งของพระรูปปั้น “พระสุพรรณกัลยา” วีรสตรีผู้เสียสละที่ชาวไทยให้ความเคารพสูงสุด ด้านข้างยังมี “พระอัฐิ” ประดิษฐานอยู่ ให้ผู้คนทั้งไทยและเมียนมาร์เดินทางมาสักการะ รอบๆ ยังมีภาพเหมือนของพระองค์ที่คุ้นตาคนไทยแขวนอยู่มากมาย พระรูปปั้นแห่งนี้มีความงดงามแปลกตาด้วยการผสมผสานศิลปะมอญและไทย ทรงเครื่องกษัตริย์แบบพม่าโบราณที่ดูสง่าน่าเกรงขามแต่ยังคงความอ่อนหวาน เชื่อกันว่าบริเวณนี้เคยเป็นที่ประทับหรือมีความเกี่ยวเนื่องกับพระองค์ท่านในช่วงเวลาที่พำนักอยู่ในหงสาวดี ทำให้เหล่านักเดินทางมักนำดอกไม้ เครื่องหอม และผ้าสไบมาถวายเพื่อรำลึกถึงพระคุณความดีที่ทรงมีต่อแผ่นดินเกิด

หากย้อนไปในรัชสมัยที่แผ่นดินอยุธยายังร่มเย็น ณ เมืองพิษณุโลกสองแคว “พระสุพรรณกัลยา” ทรงเป็นพระราชธิดาองค์โตที่เจริญวัยขึ้นท่ามกลางความรักของพระบิดามารดาและพระอนุชาทั้งสอง คือ พระนเรศวรและพระเอกาทศรถ พระองค์ทรงเป็นดั่งดอกไม้ที่งดงามและล้ำค่าที่สุดของราชวงศ์สุโขทัย แต่แล้วชะตาแผ่นดินก็พลิกผันในปี พ.ศ. 2112 เมื่ออยุธยาพ่ายแพ้แก่พระเจ้าบุเรงนอง

ด้วยหัวใจที่เด็ดเดี่ยวเกินกว่าสตรีใด พระองค์ทรงยอมรับตำแหน่ง “องค์ประกัน” เสด็จไกลบ้านเกิดสู่กรุงหงสาวดี เพื่อเป็นเครื่องรับประกันความปลอดภัยและทางรอดของคนในชาติ ณ ดินแดนศัตรู พระองค์ทรงดำรงพระชนมชีพอย่างสงบเจียมตัวในฐานะพระมเหสีที่ได้รับพระนามว่า “อเมียวหยง” (ผู้จงรักภักดีต่อพวกพ้อง) ความอ่อนน้อมและการเป็นที่โปรดปรานของพระองค์เปรียบเสมือนเกราะคุ้มกันที่ทำให้สมเด็จพระนเรศวรทรงมีโอกาสสะสมกำลังและเสด็จกลับไปกู้เอกราชได้สำเร็จ

ทว่า เมื่อเปลวเพลิงแห่งสงครามยุทธหัตถีปะทุขึ้น ความโกรธแค้นของพระเจ้านันทบุเรงได้ลามมาถึงพระพี่นาง แม้จุดจบของพระองค์จะเลือนรางในหน้าพงศาวดาร บ้างว่าทรงถูกสำเร็จโทษพร้อมพระราชบุตรในครรภ์ บ้างว่าทรงถูกจองจำ แต่นั่นไม่อาจลบเลือนความจริงที่ว่า พระองค์ทรงยอมมอบอิสรภาพและพระชนมชีพเพื่อแลกกับลมหายใจของคนไทยทั้งแผ่นดิน

การเดินทางไปเยือนเจดีย์ไจ๊คะล่อในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการไปขอพรเพื่อโชคลาภ แต่คือการไปกราบหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของสตรีที่คนไทยทุกคนต้องจารึกในหัวใจ แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมากว่า 400 ปี แต่กลิ่นหอมแห่งความดีของพระสุพรรณกัลยายังคงอบอวลอยู่ท่ามกลางควันธูปและแรงศรัทธา

พระองค์ไม่ได้จากไปไหน แต่ทรงสถิตอยู่ในทุกอณูของประวัติศาสตร์ เป็นแสงสว่างที่สอนให้เรารู้ว่า “ความรักชาติที่แท้จริง คือการเสียสละที่ไม่มีเงื่อนไข” ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด พระนาม "พระสุพรรณกัลยา" จะยังคงเป็นดวงดาวที่ส่องประกายสว่างไสวในใจคนไทยตลอดกาล ตอกย้ำว่าพม่าในวันนี้ยังเป็นจุดหมายที่น่ามาสัมผัส เพื่อเรียนรู้และขอบคุณวีรสตรีผู้เป็นนิรันดร์ท่านนี้ด้วยตัวคุณเอง

ภาพโดย: ธนาชัย ประมาณพาณิชย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง