Lockheed Martin จะผลิตขีปนาวุธระบบ Patriot (แพทริออต) เพิ่มเป็นปีละ 1,500 ลูก หลังผลิตขายไม่ทัน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) รายงานว่า ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) บริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ประกาศแผนการเพิ่มกำลังการผลิตอาวุธนำวิถีแพ็ค ทรี (PAC-3 MSE) สำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบแพทริออต (Patriot) เป็น 1,500 ลูกต่อปี หรือมากกว่าเดิมถึง 3 เท่า หลังจากความต้องการพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แผนการขยายกำลังการผลิตขีปนาวุธในระบบ Patriot
แผนการของ Lockheed Martin คือการลงทุนสร้างสายการผลิต PAC-3 MSE ใหม่และใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง รวมถึงการขยายร่วมมือและขยายเครือข่ายซัพพลายเออร์ (Supplier) ตลอดจนการจัดตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงและสายการผลิตร่วมในต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการสร้างงานด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศพันธมิตร ซึ่งทั้งหมดคาดว่าจะเพิ่มการผลิตได้ปีละ 1,500 ลูก ภายในปี 2029 นี้
ด้านจิม แทกเล็ต (Jim Taiclet) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Lockheed Martin ระบุว่า บริษัทมีความจำเป็นเร่งด่วนในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันน่านฟ้าของพันธมิตรทั่วโลก จึงตัดสินใจขยายกำลังการผลิต PAC-3 MSE เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และความต้องการของลูกค้าระหว่างประเทศด้วยเช่นกัน
แพทริออต (Patriot) คืออะไร
แพทริออต (Patriot) เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศด้วยจรวดโจมตีจากภาคพื้นสู่อากาศ (SAM: surface-to-air missile) ที่เข้าเริ่มใช้งานตั้งแต่ปี 1984 ในสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร โดยระบบจะประกอบไปด้วยเรดาร์และอาวุธนำวิถีที่ยิงขึ้นไปสกัดกั้นภัยทางอากาศตามตำแหน่งที่ค้นพบ และมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
สำหรับรุ่นปัจจุบันคือ MIM-104F PAC-3 MSE ผลิตโดย Lockheed Martin ที่ปรับปรุงในปี 2004 โดยใช้ระบบควบคุมการยิง ระบบนำวิถี และการปรับปรุงจรวดให้ทันสมัยมากขึ้น มีพิสัยการยิงไกลสุด 120 กิโลเมตร สำหรับเป้าหมายอากาศยาน และ 60 กิโลเมตร สำหรับขีปนาวุธข้ามทวีป (Ballistic missile) โดยขอบเขตความสูงของเป้าหมายสูงสุด (Max altitude) ไม่เกิน 36,000 เมตร
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
