SPALI โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 17.90 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/2569 ฟื้นแรง QoQ

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #SPALI โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 17.90 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/2569 ฟื้นแรง QoQ
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Presales) ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 12,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% YoY และคิดเป็น 47.1% ของประมาณการยอด Presales ทั้งปีที่ 27,500 ล้านบาท ตามการประเมินของบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ซึ่งมองว่าผลการดำเนินงานยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และมีแนวโน้มเร่งตัวในช่วงครึ่งหลังของปีจากการเปิดโครงการใหม่และการเร่งขายสต็อกคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้ว
ยอด Presales ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 5,300 ล้านบาท ลดลง 31.7% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 1.2% YoY โดยการชะลอตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนเกิดจากยอดขายโครงการแนวราบที่ลดลงและไม่มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในช่วงไตรมาสดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยอด Presales คอนโดมิเนียมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดยังเติบโตแข็งแกร่ง 50.1% YoY ซึ่งช่วยชดเชยยอดขายแนวราบที่ลดลง 3.8% YoY
ฝ่ายวิจัยระบุว่า SPALI ยังคงเป้าหมายเปิดโครงการใหม่มูลค่ารวม 35,000 ล้านบาทในปี 2569 แม้ว่าบางโครงการอาจเลื่อนจากไตรมาส 4/2569 ไปเป็นปี 2570 เนื่องจากความล่าช้าในการถมที่ดิน ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนเมษายน 2569
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปีจะมาจากโครงการ Supalai Parc Ekkamai มูลค่า 4,600 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมียอดขายแล้ว 54% และเตรียมเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนสิงหาคม 2569 เร็วกว่ากำหนดเดิมในเดือนกันยายน โดยบริษัทมี Backlog ของโครงการดังกล่าวอยู่ราว 2,500 ล้านบาท และ CGSI คาดว่าจะรับรู้รายได้จากการโอนประมาณ 1,200 ล้านบาทในปีนี้ ภายใต้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) สูงถึง 40%
CGSI คาดว่ารายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ SPALI ในปี 2569 จะอยู่ที่ 24,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% YoY จากการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ Backlog ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 สามารถรองรับรายได้ได้แล้ว 47.4% ของประมาณการทั้งปี
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยมองว่าการแข่งขันด้านการขายสต็อกโครงการยังอยู่ในระดับสูง จึงปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ลงเหลือ 32.3% จากเดิม 33.9% โดยคาดว่าสถานการณ์การแข่งขันจะผ่อนคลายในปี 2570 หลังสต็อกคงค้างในตลาดลดลงและอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดน้อยลง
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 CGSI คาดว่า SPALI จะมีกำไรสุทธิ 883 ล้านบาท ลดลง 20.1% YoY แต่เพิ่มขึ้นถึง 119.6% QoQ จากการฟื้นตัวของยอดโอนกรรมสิทธิ์ อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากโครงการร่วมทุนในประเทศออสเตรเลีย
กำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกปี 2569 คาดอยู่ที่ประมาณ 1,300 ล้านบาท ลดลง 14.9% YoY และคิดเป็น 30.7% ของประมาณการกำไรทั้งปี อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยเชื่อว่ากำไรจะเร่งตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี และมีโอกาสทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 4/2569
แม้จะปรับลดประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ในช่วงปี 2569-2571 ลง 5.0-5.3% จากการปรับสมมติฐานยอดโอนและอัตรากำไรขั้นต้น แต่ CGSI ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายเป็น 17.90 บาท อิง P/E ปี 2570 ที่ 7.4 เท่า
ฝ่ายวิจัยมองว่า SPALI มีโครงสร้างกำไรที่กระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายอื่น เนื่องจากสัดส่วนกำไรจากโครงการในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 11.9% ในปี 2567 เป็น 22.1-22.4% ในช่วงปี 2569-2570 อีกทั้งยังมีจุดเด่นด้านอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงถึง 7.9% ในปี 2569
ทั้งนี้ ความเสี่ยงสำคัญต่อประมาณการยังคงอยู่ที่ยอด Presales ที่อาจต่ำกว่าคาดและความล่าช้าในการเปิดโครงการใหม่ ขณะที่ปัจจัยบวกเพิ่มเติมจะมาจากการขายสต็อกโครงการและอัตรากำไรขั้นต้นที่สามารถทำได้สูงกว่าสมมติฐานปัจจุบัน.
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
