AI ต้นน้ำลากทั้งกระดาน โลกบวกแรง–ไทยเด้งโหดรับอานิสงส์เลือกตั้ง

#ทันหุ้น-ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในคืนวันศุกร์ โดยดัชนี Dow Jones พุ่งกว่า 1,200 จุด หรือราว +2.5% แรงหนุนหลักมาจากหุ้นเทคโนโลยีต้นน้ำ โดยเฉพาะ NVIDIA (NVDA) ที่ราคาหุ้นทะยานเกือบ 8% จากมุมมองว่าวงเงินลงทุนด้านเทคโนโลยีของ Big Tech จะส่งผลดีต่อผู้ผลิตชิปและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI รวมถึง การเปิดเผยแผน CAPEX ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Amazon, Alphabet และ Microsoft รวมกันในระดับหลายแสนล้านดอลลาร์ แม้สร้างความกังวลต่อผลตอบแทนในระยะยาว แต่กลับยิ่งตอกย้ำแนวโน้มเชิงบวกต่อบริษัทในห่วงโซ่อุปทานอย่าง NVIDIA และ TSMC
ด้านตลาดหุ้นยุโรปเองก็ปิดฟื้นตัวเช่นกัน หลังจากเผชิญแรงขายหนักในวันก่อนหน้า บรรยากาศการลงทุนเริ่มคลี่คลายจากแรงซื้อกลับในหลายอุตสาหกรรม ท่ามกลางการประเมินผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาหลากหลาย ทั้งฝั่งบวกและลบ โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกลับโดดเด่น โดย Kongsberg (KBGGY) ปรับตัวขึ้นกว่า 19.91% หลังรายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 4 สูงกว่าคาด พร้อมทั้งได้รับออเดอร์ใหม่ด้านระบบอาวุธจากยุโรป ซึ่งช่วยหนุน Sentiment เชิงบวกในกลุ่มดังกล่าว ในทางตรงกันข้าม หุ้นกลุ่มยานยนต์ยังคงเป็นจุดอ่อนของตลาด หลัง Stellantis (STLAM) เผชิญแรงเทขายรุนแรง ราคาหุ้นปรับตัวลงกว่า 25.17% ถือเป็นการปรับฐานรายวันที่หนักที่สุดนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน จากแรงกดดันของค่าใช้จ่ายพิเศษจำนวนมากที่เกิดขึ้นภายหลังการทบทวนแผนธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า
ทางด้านตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ในแดนบวกตามแรงส่งจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีท โดยเฉพาะตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ดัชนี Nikkei ทะยานแรงกว่า 4% พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เหนือระดับ 57,000 จุดเป็นครั้งแรก หลังชัยชนะถล่มทลายของพรรค LDP ทำให้นักลงทุนคาดหวังความต่อเนื่องด้านนโยบายเศรษฐกิจและการคลัง ส่งผลให้ตลาดตอบรับในเชิงบวกอย่างรุนแรง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดทุนญี่ปุ่นในระยะถัดไป
สำหรับตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นแรง ตอบรับผลการเลือกตั้งในประเทศที่ออกมาชัดเจนเช่นเดียวกับญุี่ปุ่น โดยชัยชนะเป็นของพรรคภูมิใจไทยสร้างความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลชุดใหม่จะมีเสถียรภาพและสามารถขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้แรงซื้อกระจายเข้าสู่หุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่ม นอกจากนี้ ในเชิงสถิติพบว่า ตลาดหุ้นไทยมักตอบสนองเชิงบวกในช่วงสัปดาห์แรกหลังการเลือกตั้ง โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 3–5% และกลุ่มที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือ หุ้นค้าปลีก ซึ่งมีสถิติให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 3–4% ภายใน 1 สัปดาห์แรก จากแรงคาดหวังด้านการกระตุ้นการบริโภค เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูด Fund Flow และหนุนทิศทางตลาดในระยะถัดไป
สำหรับมุมมอง SET50 Index indicators 3 ตัวระบุดังนี้ Comfirm Up/Down (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงแนวโน้มตลาดว่ามีโอกาสขึ้นหรือลง, Trend (ภาพหมายเลข 3) แสดงยอดซื้อขายใน S50 และ Mid Trend (ภาพหมายเลข 4) แสดงการซื้อขายหุ้นของตลาด SET วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสรุปจากทั้ง 3 อินดิเคเตอร์ของเราในวันนี้มองว่า มีทิศทางขาขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
