ตอบว่า “ไม่รู้” อย่างไรให้ดูฉลาด? งานวิจัยเผยเทคนิคสื่อสารอย่างมืออาชีพ

เคยหรือไม่ เมื่อถูกหัวหน้าถามกลางที่ประชุม หรือเพื่อนร่วมงานถามเรื่องที่ไม่มีคำตอบ แต่กลับไม่กล้าพูดว่า “ไม่รู้” เพราะกลัวถูกมองว่าไม่มีความสามารถ บางคนเลือกตอบทั้งที่ยังไม่แน่ใจ ขณะที่บางคนพยายามอธิบายยืดยาวเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง
ความจริงแล้ว ไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญยังต้องค้นคว้าและขอคำแนะนำจากผู้อื่น งานวิจัยด้านจิตวิทยาพบว่า การขอคำแนะนำอย่างเหมาะสมอาจทำให้ผู้อื่นมองว่าเรามีความสามารถมากขึ้น สิ่งสำคัญอยู่ที่การยอมรับข้อจำกัดของตัวเอง และรู้ว่าจะหาคำตอบที่ถูกต้องได้อย่างไ
งานวิจัย Harvard พบ ขอคำแนะนำอาจทำให้ดูมีความสามารถมากขึ้น
งานวิจัยของ Alison Wood Brooks, Francesca Gino และ Maurice E. Schweitzer เผยแพร่ในวารสาร Management Science เมื่อปี 2015 ศึกษาผลของการขอคำแนะนำต่อการประเมินความสามารถของบุคคล
ผลการศึกษาพบว่า แม้หลายคนกลัวว่าการขอคำแนะนำจะทำให้ดูไม่เก่ง แต่ในบางสถานการณ์ ผู้ที่ขอคำปรึกษากลับได้รับการประเมินว่ามีความสามารถมากกว่าผู้ที่ไม่ขอ โดยเฉพาะงานที่มีความซับซ้อนและมีการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างเหมาะสม
ในการทดลองหนึ่ง ผู้ขอคำแนะนำได้รับคะแนนประเมินความสามารถเฉลี่ย 3.62 คะแนน เทียบกับกลุ่มที่ไม่ขอคำแนะนำ 3.40 คะแนน อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวเป็นข้อมูลจากการทดลองเฉพาะส่วน ไม่สามารถใช้สรุปแทนการศึกษาทั้งหมดได้
ข้อค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่า การรู้จักขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญอาจส่งผลดีต่อการรับรู้ด้านความสามารถ โดยไม่จำเป็นต้องพยายามตอบทุกเรื่องด้วยตัวเอง
Cambridge ศึกษา 5,780 คน พบการยอมรับความไม่แน่นอนไม่จำเป็นต้องลดความน่าเชื่อถือ
งานวิจัยของ Anne Marthe van der Bles และคณะ จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และสถาบันที่เกี่ยวข้อง เผยแพร่ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences หรือ PNAS เมื่อปี 2020 ศึกษาผู้เข้าร่วม 5,780 คน ผ่านการทดลอง 5 ครั้ง รวมถึงการทดลองบนเว็บไซต์ BBC News
การศึกษามุ่งตรวจสอบว่าการสื่อสารข้อมูลที่มีความไม่แน่นอนส่งผลต่อความไว้วางใจอย่างไร โดยเปรียบเทียบการรายงานตัวเลขเพียงค่าเดียว การแสดงช่วงตัวเลข และการอธิบายความคลาดเคลื่อนด้วยข้อความ
ผลการวิจัยพบว่า การแสดงช่วงตัวเลขที่มีหลักฐานรองรับส่งผลต่อความไว้วางใจค่อนข้างน้อย ขณะที่การใช้ข้อความอธิบายความไม่แน่นอนอย่างกว้าง ๆ อาจทำให้ความไว้วางใจลดลงมากกว่า ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับรูปแบบการสื่อสารและเงื่อนไขของการทดลอง
ข้อค้นพบนี้ช่วยอธิบายว่า การเปิดเผยข้อจำกัดของข้อมูลอย่างชัดเจนสามารถช่วยให้ผู้รับสารเข้าใจข้อเท็จจริงได้ถูกต้องขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องกระทบความน่าเชื่อถืออย่างมากเสมอไป
คนที่ยอมรับว่าตัวเองอาจผิด มีแนวโน้มเปิดรับการเรียนรู้
แนวคิดทางจิตวิทยาที่เรียกว่า Intellectual Humility หรือความถ่อมตนทางปัญญา หมายถึงการตระหนักว่าความรู้และความเชื่อของตัวเองอาจมีข้อจำกัด พร้อมทบทวนความคิดเห็นเมื่อได้รับข้อมูลใหม่
งานวิจัยของ Mark R. Leary และคณะ ในปี 2017 พบว่า ผู้ที่มีความถ่อมตนทางปัญญาสูงมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับหลักฐาน เปิดรับความคิดเห็นที่แตกต่าง และพร้อมยอมรับว่าความเชื่อของตัวเองอาจผิดพลาด
ขณะที่งานวิจัยของ Tenelle Porter และคณะ ในปี 2020 พบความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะดังกล่าวกับพฤติกรรมการเรียนรู้ โดยผู้ที่มีความถ่อมตนทางปัญญาสูงมีแนวโน้มเลือกงานที่ท้าทาย และพยายามเรียนรู้ต่อเมื่อเผชิญความล้มเหลว
ผลการศึกษาทั้งสองส่วนสนับสนุนความสำคัญของการเปิดรับความรู้ใหม่ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าการพูดว่า “ไม่รู้” จะทำให้บุคคลฉลาดขึ้นทันที
เปิด 6 เทคนิคตอบว่า “ไม่รู้” ให้ดูเป็นมืออาชีพ
การตอบคำถามอย่างมีคุณภาพไม่จำเป็นต้องใช้คำศัพท์ซับซ้อน แต่ควรสื่อสารให้ชัดเจน ตรงประเด็น และอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ตรวจสอบได้ โดยสามารถนำหลักการต่อไปนี้ไปปรับใช้
- ไม่รู้จริง ให้ยอมรับตรง ๆ พร้อมระบุว่าควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งใด เพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง
- รู้เพียงบางส่วน ให้บอกเฉพาะสิ่งที่ยืนยันได้ แยกข้อมูลที่มีอยู่กับประเด็นที่ยังต้องตรวจสอบให้ชัดเจน
- จำตัวเลขไม่ได้ อย่าคาดเดา ควรตรวจสอบรายงานหรือข้อมูลต้นฉบับก่อนตอบ โดยเฉพาะตัวเลขทางการเงินและสถิติ
- มีข้อสันนิษฐาน ต้องระบุข้อจำกัด แยกความคิดเห็นออกจากข้อเท็จจริง และหลีกเลี่ยงการสรุปโดยไม่มีหลักฐาน
- ไม่ถนัดเรื่องไหน ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เลือกสอบถามบุคคลที่มีความรู้ตรงด้าน เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วน
- ไม่เข้าใจคำถาม ให้ขอรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อให้ตอบได้ตรงกับสิ่งที่ผู้ถามต้องการ
หลักการเหล่านี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการประชุม การสัมภาษณ์งาน และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คำตอบถูกต้องและลดความเข้าใจผิด
สูตรตอบคำถาม 3 ขั้นตอน ยอมรับ ระบุข้อมูล และบอกวิธีตรวจสอบ
การตอบว่า “ไม่รู้” อย่างมืออาชีพสามารถใช้หลักการง่าย ๆ เริ่มจากยอมรับว่ายังไม่มีคำตอบ ระบุว่าข้อมูลส่วนใดที่ทราบแล้ว และอธิบายแนวทางตรวจสอบเพิ่มเติม
วิธีนี้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจสถานการณ์ตามจริง ทั้งยังแยกข้อมูลที่ยืนยันแล้วออกจากสิ่งที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบได้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม การรับปากว่าจะติดตามข้อมูลควรอยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่สามารถดำเนินการได้จริง เพราะความน่าเชื่อถือขึ้นอยู่กับทั้งคำพูดและการปฏิบัติตามสิ่งที่รับปากไว้
คนฉลาดไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง แต่ต้องรู้ว่าเมื่อไรควรตรวจสอบ
ในยุคที่ข้อมูลเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การตอบคำถามได้ทันทีไม่ได้รับประกันว่าคำตอบนั้นถูกต้อง ขณะเดียวกัน การขอเวลาตรวจสอบก็ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดขาดความสามารถ
งานวิจัยด้านพฤติกรรมองค์กร การสื่อสารความไม่แน่นอน และความถ่อมตนทางปัญญา ต่างให้ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของการรู้จักข้อจำกัดของตัวเอง แม้แต่ละงานจะศึกษาคนละประเด็นก็ตาม
ท้ายที่สุด การตอบว่า “ไม่รู้” ให้ดูฉลาดเริ่มจากการพูดตามความจริง ไม่คาดเดาโดยไม่มีหลักฐาน และรู้จักเลือกแหล่งข้อมูลที่เหมาะสม เพราะความน่าเชื่อถือเกิดจากความถูกต้อง ความชัดเจน และความรับผิดชอบต่อสิ่งที่สื่อสารออกไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
