รีเซต

เทียบนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ 5 พรรคใหญ่ ศึกเลือกตั้ง 2569

เทียบนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ 5 พรรคใหญ่ ศึกเลือกตั้ง 2569
TNN ช่อง16
12 มกราคม 2569 ( 17:42 )
75

การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นสมรภูมิชี้ทิศทางเศรษฐกิจรอบใหม่ ในจังหวะที่หลายสำนักประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 โตแบบระมัดระวัง และโจทย์เชิงโครงสร้างยังค้างยาวตั้งแต่หนี้ครัวเรือน รายได้ไม่ทันค่าครองชีพ ไปจนถึงความสามารถแข่งขันของประเทศ   

ขณะเดียวกัน “กระแสคะแนนนิยม” ที่ถูกอ้างอิงในสนามการเมืองเริ่มเห็นภาพการแข่งขันชัดขึ้น ผลสำรวจที่เผยแพร่ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 ระบุว่า คะแนนนิยมแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนอยู่ราว 30.48% ตามด้วยภูมิใจไทย 22.32% เพื่อไทย 15.44% และประชาธิปัตย์ 12.56%    การชิงพื้นที่กลางทางเศรษฐกิจจึงไม่ใช่แค่ใครแจกมากกว่า แต่คือใครตอบโจทย์ “โตอย่างไรให้ยั่งยืน” และ “ภาระรัฐไหวแค่ไหน” ได้มากกว่า

พรรคประชาชน วางแผนปฏิรูปทั้งระบบ เน้นลงทุนและกติกาใหม่

พรรคประชาชนวางภาพเศรษฐกิจผ่านการ “ยกเครื่องโครงสร้าง” ตั้งแต่งบลงทุนขนาดใหญ่ไปถึงกติกาภาษี โดยหนึ่งในหมุดหมายที่ถูกพูดถึงคือแนวคิดเมกะโปรเจกต์สีส้ม วงเงินระดับ 6.3 แสนล้านบาทในกรอบ 8 ปี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ   

แกนหลักของพรรคอยู่ที่การดันผลิตภาพของประเทศผ่านระบบขนส่งสาธารณะ ต้นทุนสาธารณูปโภค โครงสร้างดิจิทัล และการปรับกติกาเศรษฐกิจให้โปร่งใสขึ้น พร้อมวางบทบาทรัฐเป็นผู้ลงทุนเพื่อเปิดทางให้เอกชนแข่งขันได้จริง โดยผูกกับประเด็น SME แรงงาน และการใช้เทคโนโลยีในภาครัฐ

พรรคภูมิใจไทย เศรษฐกิจ 10 Plus เติมกำลังฐานรากคู่ดึงลงทุน

ภูมิใจไทยชูภาพการ “เร่งเครื่องให้คนตัวเล็กเดินได้” ควบคู่การดึงเม็ดเงินลงทุนใหม่ผ่านมาตรการอำนวยความสะดวกและแพ็กเกจส่งเสริมอุตสาหกรรม เป้าหมายสำคัญคือทำให้กำลังซื้อไม่หาย และสร้างสภาพแวดล้อมให้ลงทุนเกิดเร็วขึ้น

นโยบายในโทนนี้มักเดินคู่กับมาตรการลดภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน และแผนแก้หนี้ที่เน้นลดแรงกดดันรายเดือน เพื่อกันไม่ให้เศรษฐกิจชะงักในระดับครัวเรือนก่อนถึงระดับมหภาค

พรรคเพื่อไทย เศรษฐกิจมูลค่าสูง แก้หนี้ควบ AI เป็นเครื่องมือรัฐ

เพื่อไทยวางกรอบเศรษฐกิจผ่าน “มูลค่าสูง” และ “เทคโนโลยี” โดยหยิบ AI และข้อมูลมาเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพรัฐและบริการสาธารณะ ตั้งแต่สุขภาพ เกษตร ไปจนถึงระบบยุติธรรม พร้อมเดินเกมใหญ่เรื่องการจัดการหนี้ที่พยายามปิดจุดเจ็บของฐานรากและกลุ่มเปราะบางให้เร็ว

โจทย์สำคัญของเพื่อไทยอยู่ที่การทำให้มาตรการขนาดใหญ่เดินพร้อมกันได้ ทั้งการดูแลรายได้ภาคเกษตร การปลดล็อกการลงทุนใหม่ และการทำให้ระบบรัฐรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยไม่เพิ่มภาระการคลังเกินตัว

พรรคประชาธิปัตย์ ไทยหายจน เน้นประกันรายได้ ลดค่าใช้จ่าย และเครื่องมือการเงินใหม่

ประชาธิปัตย์เดินเกมเศรษฐกิจด้วยภาพ “ลดจนอย่างเป็นระบบ” โดยใช้เครื่องมือประกันรายได้ในหลายกลุ่มควบคู่มาตรการลดค่าใช้จ่ายพื้นฐาน พร้อมเสนอนวัตกรรมทางการเงินและกลไกสร้างรายได้ระยะยาวในบางภาคส่วน

จุดที่พรรคพยายามย้ำคือการทำให้ประชาชนมีรายได้ขั้นต่ำที่คาดการณ์ได้ พร้อมจัดระเบียบสวัสดิการให้ครอบคลุมตั้งแต่เด็กไปถึงผู้สูงอายุ เพื่อประคองแรงซื้อและลดความเสี่ยงทางสังคมในยุคคนแก่เพิ่ม

พรรคพลังประชารัฐ ประชารัฐ Extra อัดสวัสดิการตรงเป้า เสริมทุนชุมชน

พลังประชารัฐวางโครงเศรษฐกิจผ่านแพ็กเกจสวัสดิการและทุนชุมชน เน้นเพิ่มกำลังซื้อและเงินหมุนในท้องถิ่น พร้อมมาตรการช่วยลดต้นทุนครัวเรือนในหมวดพลังงานและค่าครองชีพ โดยชูชุดนโยบายเรือธงที่เน้นความต่อเนื่องและทำได้ทันทีหลังจัดตั้งรัฐบาล   

จุดตัดสำคัญที่ทุกพรรคต้องตอบ ภาษี เมกะโปรเจกต์ และเศรษฐกิจดิจิทัล

ไม่ว่าพรรคใดจะเป็นแกนนำรัฐบาลหลัง 8 กุมภาพันธ์ 2569 โจทย์ใหญ่ที่เลี่ยงยากคือ “หาเงินจากไหน” เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งฝั่งการปฏิรูปภาษี การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลที่กลายเป็นแรงขับใหม่ของประเทศ

อีกด้านคือความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นผลเร็ว ขณะที่การแก้เชิงโครงสร้างมักใช้เวลา นี่จึงเป็นเหตุผลที่นโยบายหาเสียงรอบนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ ว่าจะทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นจริงหรือเพียงแค่ทำให้ “ตัวเลขช่วงสั้น” ดูดีขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง