บอร์ดTHAIฟื้นเชื่อมั่น เร่งทำแพ็กเกจเยียวยา สั่งสอบเสร็จใน30วัน

#บอร์ด THAI #ทันหุ้น - ประธานกรรมการ THAI เดินหน้าฟื้นเชื่อมั่น หลังเกิดวิกฤติสัมภาระตกค้าง 2.5 หมื่นใบ เร่งทำแพ็กเกจเยียวยาผู้โดยสารทุกคนโดยไม่ต้องร้องขอ เสนอบอร์ดไฟเขียว สั่งสอบปมการบริหารเสร็จใน 30 วัน ยันเคลียร์กระเป๋าเรียบร้อย -OTP กลับสู่ 90%
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ (บอร์ด) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยถึงมาตรการรับมือของบริษัทต่อกรณีวิกฤติสัมภาระผู้โดยสารตกค้างสะสมสูงสุดกว่า 25,000 ใบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินประมาณ 200 เที่ยวบิน ว่า ฝ่ายบริหารได้เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ และดำเนินการตรวจสอบสาเหตุเชิงลึก พร้อมกับเร่งเยียวยาผู้โดยสารอย่างครอบคลุม และวางมาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของสายการบินแห่งชาติให้กลับคืนมาอย่างเป็นรูปธรรม
@เร่งทำแพ็กเกจเยียวยา
ในด้านการดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ การบินไทยได้ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การทำงานและมาตรการชดเชยเพื่อเยียวยาผู้โดยสารอย่างเต็มที่ โดยเร่งสปีดจัดส่งสัมภาระผ่านทุกสายการบินเพื่อให้สัมภาระถึงมือผู้โดยสารเร็วที่สุด ซึ่งการบินไทยยอมรับภาระค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อระวางขนส่งเพื่อจัดส่งกระเป๋าตกค้างไปกับสายการบินใดก็ได้ที่มีเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทาง โดยไม่จำกัดว่าต้องรอเที่ยวบินของการบินไทยเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ฝ่ายบริหารยังได้กำหนดหลักการเยียวยาแบบครอบคลุม โดยจะต้องติดตามจ่ายชดเชยสิทธิ์ให้แก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบทุกคน โดยไม่เกี่ยงว่าผู้โดยสารรายนั้นจะยื่นเรื่องร้องเรียน (Claim) เข้ามาหรือไม่
ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารกำลังเร่งจัดทำแพ็กเกจเกณฑ์การเยียวยาพิเศษเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) พิจารณาอนุมัติ ซึ่งรวมถึงการพิจารณาเติมไมล์สะสม (Mile Top-up) ให้แก่ผู้โดยสาร เนื่องจากเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และผู้โดยสารต้องประสบความยากลำบากจากการซื้อของใช้จำเป็นขณะเดินทาง
@ผลสอบเบื้องต้น
เขากล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบเบื้องหลังของโครงสร้างปัญหา ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการบริษัทได้สั่งการให้เร่งสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง (Root Cause Analysis) ภายใน 30 วัน เพื่อปิดช่องโหว่ทางปฏิบัติการอย่างเด็ดขาด โดยในส่วนของปัญหากำลังคนหน้างานนั้น ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อบกพร่องสำคัญในมิติตัวบุคคล โดยมีพนักงานหน้างานไม่มาปฏิบัติงานสูงถึง 200 คน ขณะเดียวกัน ยังพบความล่าช้าในการเปิดใช้แผนฉุกเฉิน โดยตรวจพบว่ามีความล่าช้าในการสั่งการรับมือช่วงแรก โดยไม่ได้เปิดใช้ข้อตกลงดึงกำลังพลสำรอง เช่น กำลังพลทหาร เข้ามาช่วยสนับสนุนหน้างานได้ทันท่วงทีตั้งแต่วันเสาร์ที่มีสัญญาณเริ่มเกิดปัญหา
นอกจากนี้ ยังต้องเข้าตรวจสอบผู้รับเหมาช่วง (Outsource) โดยได้สั่งการให้ตรวจสอบโครงสร้างการบริหารจัดการและการทำงานของบริษัทผู้รับเหมาช่วงด้านการบริการจัดส่งสัมภาระและงานการดิน (Ground Handling) อาทิ บริษัท วิงสแปน (WingSpan) และบริษัทภายนอกรายอื่นๆ ซึ่งบอร์ดและฝ่ายบริหารเน้นย้ำถึงการตรวจสอบข้อผิดพลาดทั้งในระบบปฏิบัติการ แผนงาน ตัวบุคคล และความรับผิดชอบในระดับบริหาร
@ฟื้นเชื่อมั่น
ทั้งนี้ เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและต่างชาติ การบินไทยได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนจนสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยได้จัดการสัมภาระตกค้างสะสางครบ 100% ส่วนอัตราความตรงต่อเวลา (OTP) ได้กลับสู่ 90% ซึ่งปัจจุบันการบินไทยสามารถกลับมาให้บริการเที่ยวบินได้ตามปกติ และทำสถิติความตรงต่อเวลา (On-Time Performance : OTP) สูงถึง 90%
ขณะเดียวกัน ผู้บริหารระดับสูงได้ปรับแผนงานเพื่อลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการ ณ สุวรรณภูมิด้วยตนเอง โดยเดินตรวจความเรียบร้อยรายเคาน์เตอร์และเข้าแก้ไขปัญหาคอขวดในแต่ละจุดปฏิบัติการ ในด้านการสร้างขวัญกำลังใจและการบริหารกำลังพล ได้สั่งการยกเลิกมาตรการตัดเงินล่วงเวลา (OT) ในช่วงวิกฤติและช่วงที่มีงานประชุมสำคัญระดับโลก เช่น การประชุม World Bank) เพื่อรักษากำลังพลหน้างานและสร้างขวัญกำลังใจแก่พนักงาน และวางมาตรการป้องกันความเสี่ยงทางธรรมชาติและปัจจัยภายนอก เช่น สภาวะอากาศและอุทกภัย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบการบินอีก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
