ขาลง? "Harley-Davidson" ยอดวูบเซ่นพิษดอกเบี้ยและภาษี

Harley-Davidson รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน หลังความต้องการใช้จ่ายสินค้าราคาสูงชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้หุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงกว่าร้อยละ 10 ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด
ภาวะเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ได้กดดันงบประมาณครัวเรือนของผู้บริโภคในสหรัฐฯ ทำให้หลายคนชะลอการตัดสินใจซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น รถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อยอดขายของ Harley-Davidson
ในไตรมาสดังกล่าว ยอดขายทั่วโลกลดลงร้อยละ 1 และตลอดปี 2568 บริษัทส่งมอบรถได้ราว 132,500 คัน ลดลงร้อยละ 12 จากปีก่อนหน้า จากผลกระทบของยอดขายที่อ่อนตัวและภาระภาษีนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่
ผลประกอบการไตรมาส 4 บริษัทขาดทุนสุทธิ 279 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.44 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากการขาดทุน 117 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมประจำไตรมาสลดลงร้อยละ 28 เหลือ 496 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว Harley-Davidson พยายามประคองธุรกิจด้วยมาตรการควบคุมต้นทุน และการมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงในตลาดรถทัวริ่งและรถคัสตอม ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่า ขณะเดียวกัน บริษัทได้ประกาศแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่ขนาดเล็กและราคาย่อมเยาลงในชื่อ "Sprint" ภายในปี 2569 โดยตั้งเป้าราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 6,000 ดอลลาร์ เพื่อดึงดูดผู้ขับขี่ระดับเริ่มต้น
อย่างไรก็ดี ความท้าทายในอุตสาหกรรมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Harley-Davidson เท่านั้น ผู้ผลิตยานยนต์พาวเวอร์สปอร์ตหลายรายยังเผชิญแรงกดดันจากดีมานด์ที่อ่อนแรงและต้นทุนที่สูงขึ้น สะท้อนภาพรวมของตลาดที่ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
