รีเซต

DITTO โรดแมป AI ทำเงิน สุดแรงกระแสโทเคนล้น

DITTO โรดแมป AI ทำเงิน สุดแรงกระแสโทเคนล้น
ทันหุ้น
26 มิถุนายน 2569 ( 02:45 )

                นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ถึงทิศทางธุรกิจในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน โดยเน้นย้ำว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเป็นตัวแปรสำคัญ หรือ Game Changer ที่เข้ามาเปลี่ยนมุมมองและพฤติกรรมของผู้ใช้งานอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของ DITTO ในการขยายฐานธุรกิจและสร้าง New S-Curve ผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง

                บริษัทเปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานของดิจิทัลในการให้บริการแปลงข้อมูลเอกสารขึ้นสู่ดิจิทัล เช่น ระบบของศาล กรมที่ดิน หรือการจัดการข้อมูลวิศวกรรมน้ำ และได้ยกระดับในการให้บริการผ่านการผนึกกำลังกับบริษัทในเครือและพันธมิตร เช่น Netbay และกลุ่มไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ทำให้ DITTO มีองค์ประกอบที่ครบวงจร ทั้งการจัดการเอกสาร แพลตฟอร์ม และระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนครบ

                ปัจจุบัน AI ได้เข้ามาเปลี่ยนวิธีการคิดของลูกค้า ทำให้แอปพลิเคชันที่บริษัทพัฒนาขึ้นต้องมีการปรับตัวและนำ AI เข้ามาเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งสิ่งนี้สร้างโอกาสใหม่ๆ อย่างมหาศาลในการนำ AI ไปปรับใช้ในแต่ละโครงการ ขณะที่ลูกค้าของ DITTO ต่างต้องมีการดำเนินการโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI อีกเป็นจำนวนมาก

                "AI สร้างโอกาสใหม่ให้เกิดขึ้น แต่โดยพื้นฐานแล้ว DITTO และบริษัทในเครือมีฐานเดิมที่แข็งแกร่ง เรากำลังยกระดับลูกค้ากลุ่มเดิมจากการทำ Data Intelligent และการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิม ไปสู่การใช้ข้อมูลที่มี AI เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการยกระดับระบบ Document Management ขึ้นไปอีกขั้น" นายฐกร กล่าว

                นอกจากนี้ ยังมองว่า "Data คืออาหารของ AI" ดังนั้นผู้ที่มีข้อมูลอยู่ในมือมาก่อนย่อมได้เปรียบ เพราะสามารถนำ AI มาประมวลผลข้อมูลเหล่านั้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้ทันที การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้รายได้ของบริษัทมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการลงทุนของกลุ่มลูกค้าที่ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ขณะเดียวกับบริษัทยังมีดีลกับหลายหน่วยงานใหม่ โดยความเชี่ยวชาญในการจัดการข้อมูล Data Engineering เป็นจุดเด่น นอกจากนี้บริษัทพันธมิตรในกลุ่ม ได้เข้าไปจับงานในส่วนของ Virtual Bank เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พร้อมจะวิ่งเข้าหาพันธมิตรที่มีฐานข้อมูลและแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง

                สำหรับการเตรียมออกและเสนอขาย "Blu Green Token" ซึ่งเป็น Green Token ตัวแรกของไทยที่นำคาร์บอนเครดิตจากโครงการปลูกป่าชายเลนมาเป็นสินทรัพย์อ้างอิง โดยจะนำเงินระดมทุนไปฟื้นฟูป่าชายเลนขนาด 1.7 หมื่นไร่ และขอรับรองคาร์บอนเครดิต ก่อนนำรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตมาจัดสรรเป็นผลตอบแทนแก่ผู้ถือโทเคนดิจิทัล

                ทั้งนี้บริษัทจะออกโทเคนดิจิทัลจำนวน 400 ล้านโทเคน ในราคาเสนอขาย 1.20 บาทต่อโทเคน มูลค่ารวมไม่เกิน 480 ล้านบาท โครงการอายุ 7 ปี และสามารถขยายระยะเวลาได้ 2 ปี รวมสูงสุดไม่เกิน 9 ปี

                นายฐกรเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรออนุมัติวันจองซื้อจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ และมีกำหนดการเข้าซื้อขายในกระดาน Bitkub ต่อไป แต่จากที่เก็บข้อมูลพบว่าได้รับเสียงตอบรับดีมาก และมีการแสดงเจตจำนงที่จะซื้อสูงกว่าจำนวนที่ออก

                สำหรับจุดเด่นที่ทำให้ Blu Green Token ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม เนื่องจากเป็น Investment Token ที่มีสินทรัพย์จริงรองรับ (Real World Asset - RWA) เป็นคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลน และบริษัทได้แสดงความมั่นใจด้วยการการันตีเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยขั้นต่ำ 3% ในการขายคาร์บอนเครดิตในปีที่ 7 ขณะที่ความเป็นจริงแนวโน้มราคาคาร์บอนเครดิต มีความเป็นไปได้ที่จะสูง ซึ่งในเอกสารที่เสนอต่อ ก.ล.ต.ได้มีการทำการประมาณการไว้ว่าอยู่ที่ราว 10% ในกรณีปกติ แต่หากมีความต้องการมากก็จะสูงกว่านี้ได้

                ขณะเดียวกันยังสอดคล้องกับเทรนด์โลกในเรื่องการลดภาวะโลกร้อนและสิ่งแวดล้อม ทำให้ดึงดูดทั้งนักลงทุนรายใหญ่และภาคธุรกิจที่ต้องการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง