หญิงถูกสวมบัตรประชาชน กลายเป็นคนเถื่อนขาดสิทธิรับเงินเยียวยา

หญิงถูกสวมบัตรประชาชน กลายเป็นคนเถื่อนขาดสิทธิรับเงินเยียวยา
TNN ช่อง16
24 กุมภาพันธ์ 2564 ( 06:56 )
22
หญิงถูกสวมบัตรประชาชน กลายเป็นคนเถื่อนขาดสิทธิรับเงินเยียวยา

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 นางสาวลำใย ธรรมดา อายุ 52 ปี  ชาวบ้าน ต.แสลงพัน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์  อาชีพรับจ้างทั่วไปทั้งตัดอ้อย  ถอนมัน  ทำความสะอาดบ้าน  ได้นำบัตรประจำตัวประชาชนใบเดิมที่เคยทำเมื่อปี 2545  พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนว่าเป็นคนไทย ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ   หลังจากถูกลักลอบสวมบัตรประจำตัวประชาชน   ทำให้ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลตามโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค  ซ้ำยังขาดโอกาสไม่ได้รับการช่วยเหลือจากโครงการของรัฐทุกโครงการ ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน  รวมถึงเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดระบาด ทั้งยังถูกชาวบ้านหรือคนที่รู้จักล้อเลียนหาว่าเป็นคนเถื่อน  คนต่างด้าว  ทั้งที่ตนเองเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์และปัญหาที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เกิดจากการกระทำของตนเอง กลับต้องมาเดือดร้อน     



นางสาวลำใย เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวตัวเองมีฐานะยากจนพ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ตนอายุได้ 7 ขวบ  พออายุ 17 ปี ก็ระเหเร่ร่อนไปหาทำงานรับจ้าง ทั้งตัดอ้อย   ถอนมันสำปะหลัง และรับจ้างทำความสะอาดบ้าน ทั้งที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่างๆ ตามที่มีคนจ้างไปไม่ค่อยได้กลับบ้าน กระทั่งปี 2552  จะย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านของสามีที่ อ.เสิงสาง  จ.นครราชสีมา  ก็ไปทำเรื่องย้ายที่อำเภอเสิงสางจ.นครราชสีมา  แต่เจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าไม่สามารถย้ายได้   เพราะในระบบพบว่ามีชื่อ นามสกุล และเลข 13 หลักตรงกัน 2 คนน่าจะมีการสวมสิทธิบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ตนไปติดต่อที่ที่ว่าการอำเภอลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์  ซึ่งเป็นที่ที่ตนเองทำบัตรประชาชนตอนแรก   


จากนั้นก็มาติดต่อที่ที่ว่าการอำเภอลำปลายมาศ ตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ โดยปลัดอำเภอซึ่งปฏิบัติหน้าที่ขณะนั้นก็แจ้งกับตนเองว่าไม่ต้องไปแจ้งความ  เดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้เอง แต่ก็เห็นเงียบหายไป  ปี 2554  จึงตัดสินใจไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ลำปลายมาศ และมาติดต่อที่ที่ว่าการอำเภอลำปลายมาศ อีกครั้งโดยได้พาผู้ใหญ่บ้าน มารับรองให้ด้วยว่าตนเองเกิดที่นี่โตที่นี่  เป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน  แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกว่ากรณีการสวมบัตรประชาชนต้องไปพูดคุยกับที่ศาลและบอกให้รอเจ้าหน้าที่จะติดต่อไปเอง ซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำยังไงได้แต่รอเจ้าหน้าที่ติดต่อจนเวลาผ่านมาถึง 12 ปี ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร 



กระทั่งมาทราบว่าคนที่สวมบัตรของตนเอง  ได้ย้ายชื่อไปที่ จ.ชัยนาท แล้ว ซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำยังไงจึงได้นำรถจักรยานยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์ 17,000 บาท เพื่อเป็นค่าจ้างรถเดินทางมาติดตามทำเรื่อง   ทั้งต้องหยุดงานขาดรายได้เพื่อนำเอกสารหลักฐานมาร้องขอความช่วยเหลือ   อยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น  และเร่งทำบัตรประชาชนให้ตนเองคืนด้วย   เพราะตอนนี้เดือดร้อนมากจะไปไหนมาไหนก็ไม่ได้เขาหาว่าเป็นคนเถื่อน  คนต่างด้าว ทั้งไม่สามารถใช้สิทธิรักษาฟรีได้ ที่สำคัญต้องขาดโอกาสรับการช่วยเหลือเยียวยาจากโครงการต่างๆ ของรัฐ   ทั้งที่ความผิดไม่ได้เกิดจากตนเอง  



นางสาวลำใย  ยังตัดพ้อด้วยว่ารู้สึกน้อยใจ ว่าทำไมตนเองเป็นคนไทยแท้ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ถูกลักลอบสวมบัตรประชาชน  แต่ทำไมถึงไม่ได้รับการช่วยเหลือ   แต่ทำไมต่างด้าวเขาไม่ใช่คนไทยแต่ยังมีบัตรและได้รับการช่วยเหลือเลย 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง