ทองคำปลายปีลุ้นแตะ 5,000 ดอลลาร์ MTS Gold แนะทยอยสะสม

เจาะลึกแนวโน้มราคาทองคำ รับมือความผันผวนจากสงครามและดอกเบี้ยเฟด
รายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 22 มิ.ย. 69 ได้สัมภาษณ์ นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก ถึงทิศทางและกลยุทธ์การลงทุนในราคาทองคำ ท่ามกลางความกังวลเรื่องสงครามตะวันออกกลางและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำในปัจจุบัน
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง หากการสู้รบจำกัดวงอยู่เพียงอิสราเอลกับเลบานอน ราคาน้ำมันจะไม่ปรับสูงขึ้น แต่หากความขัดแย้งลุกลามถึงอิหร่าน หรือมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะกดดันราคาทองคำ
ความสัมพันธ์ของน้ำมันและทองคำ ปัจจุบันมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้าม หากราคาน้ำมันดิบปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (เช่น น้ำมันดิบเบรนท์ต่ำกว่า 70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) จะส่งผลให้เงินเฟ้อลดลง และทำให้ราคาทองคำเริ่มทรงตัวและกลับมาเป็นขาขึ้นได้
ทิศทางดอกเบี้ยเฟด ราคาทองคำที่ตกลงมาในช่วงสัปดาห์ก่อน เกิดจากความเห็นของกรรมการเฟด 4-5 ท่าน ที่ส่งสัญญาณว่าอาจมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1-2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าในช่วงปลายปีนี้ เฟดอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างมากเพียง 1 ครั้ง
แรงซื้อจากกองทุน SPDR มีสัญญาณเชิงบวกเกิดขึ้นเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยกองทุน SPDR ได้กลับมาเข้าซื้อทองคำประมาณ 7 ตัน หลังจากที่เทขายมาตลอดในช่วง 5 เดือนกว่า 59 ตัน
การปรับเป้าหมายของสถาบันระดับโลก ล่าสุด โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ได้ปรับลดเป้าหมายราคาทองคำลงจาก 5,400 เหรียญสหรัฐฯ ลงมาเหลือ 4,900 เหรียญสหรัฐฯ
แนวรับและเป้าหมายราคาทองคำ
วัฏจักรขาลงใกล้สิ้นสุด ปัจจุบันราคาทองคำอยู่ที่ระดับ 4,184 เหรียญสหรัฐฯ โดยภาพรวมของทองคำตอนนี้อยู่ในช่วงปลายของทิศทางขาลง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 เดือนจึงจะจบวัฏจักร
แนวรับระยะสั้น แนวรับสำคัญที่สุดจะอยู่ที่ 4,000 เหรียญสหรัฐฯ ถ้วน ซึ่งเทียบเท่ากับราคาทองคำไทยบริเวณ 63,900 - 64,000 บาท
แนวรับกรณีปรับฐานลึก หากราคาทองคำโลกหลุดระดับ 4,000 เหรียญสหรัฐฯ ราคาทองคำไทยมีโอกาสปรับลดลงไปอีกประมาณ 1,500 บาท หรือลงไปอยู่ที่บริเวณ 62,000 บาท (บวกลบ)
เป้าหมายปลายปี 69 หากทิศทางเงินเฟ้อเริ่มปรับลดลง ราคาทองคำมีโอกาสดีดตัวขึ้นไปแตะระดับ 5,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 78,000 - 80,000 บาทต่อบาททองคำ
กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม
สำหรับนักลงทุนระยะยาว ช่วงเวลานี้เป็นจังหวะที่ดีในการทยอยซื้อสะสมในลักษณะเดียวกับที่ธนาคารกลางต่างๆ กำลังทำ โดยแนะนำให้เข้าเก็บทุกครั้งที่ราคาทองคำไทยปรับตัวลดลง 400 - 500 บาทต่อบาททองคำ
สำหรับนักเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำให้ใช้กลยุทธ์การแกว่งตัว (Swing Trade) โดยสามารถเก็งกำไรได้ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายไปตามกรอบราคาที่เหวี่ยงตัวในช่วง 2 เดือนข้างหน้านี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
