รีเซต

อุดช่องโหว่ "พ่อทิพย์" สั่ง 878 อำเภอเข้มรองบุตร ต่างชาติต้องแสดงตัวหน้าจนท.

อุดช่องโหว่ "พ่อทิพย์" สั่ง 878 อำเภอเข้มรองบุตร ต่างชาติต้องแสดงตัวหน้าจนท.
TNN ช่อง16
11 กรกฎาคม 2569 ( 11:54 )
27

รัฐบาลเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากระบบทะเบียนราษฎร หลังพบขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติใช้ช่องโหว่การรับรองบุตร เพื่อให้เด็กต่างด้าวได้รับสัญชาติไทย ก่อนนำไปใช้เป็นเครื่องมือถือครองทรัพย์สิน ประกอบธุรกิจ และฟอกเงินผ่านบุคคลสัญชาติไทย

วันนี้ (11 กรกฎาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเร่งยกระดับมาตรการป้องกันการรับรองบุตรโดยมิชอบ เพื่ออุดช่องโหว่ของระบบทะเบียนราษฎร และป้องกันการนำสัญชาติไทยไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

เปิดโปงขบวนการ "พ่อทิพย์" รับรองบุตรเท็จ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมแถลงผลการขยายผลปฏิบัติการปราบปรามขบวนการอำพรางการสมรสและรับรองบุตรเท็จ ซึ่งพบพฤติการณ์ว่ามีการว่าจ้างคนไทยให้ทำหน้าที่เป็น "พ่อทิพย์" รับรองบุตรของชาวต่างชาติ เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ

จากผลการสืบสวน กระทรวงมหาดไทยจึงมีคำสั่งด่วนไปยังสำนักทะเบียนทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ปรับปรุงขั้นตอนการรับรองบุตร โดยกำหนดให้กรณีที่บิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ จะต้องเดินทางมาแสดงตนต่อหน้าเจ้าพนักงานทะเบียนด้วยตนเอง เพื่อยืนยันความเป็นบิดามารดา และลดความเสี่ยงจากการปลอมแปลงเอกสารหรือการแอบอ้างสิทธิ

ปิดช่องโหว่สัญชาติไทย ไม่ให้ใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงิน

รัฐบาลระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการยกระดับการตรวจสอบเชิงป้องกัน เพื่อลดโอกาสที่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติจะนำสัญชาติไทยไปใช้เป็นเครื่องมือถือครองอสังหาริมทรัพย์ ประกอบธุรกิจ หรือฟอกเงินผ่านบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบทะเบียนราษฎรของไทย และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบข้อมูลบุคคลให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น

ยึดหลัก "ปิดชื่อ ดูพฤติกรรม" เอาผิดทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายพลพีร์ยืนยันว่า กระทรวงมหาดไทยจะเดินหน้าปรับปรุงระบบควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยยึดหลัก "ปิดชื่อ ดูพฤติกรรม" ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นประชาชน ชาวต่างชาติ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะถูกสืบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

รัฐบาลย้ำว่า การแก้ไขปัญหาไม่ได้มุ่งเพียงดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการอุดช่องโหว่ของระบบตั้งแต่ต้นทาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ สร้างความโปร่งใสในการบริหารงานทะเบียนราษฎร และคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง