กรมชลฯ จัดจราจรน้ำลุ่มน้ำป่าสัก ลดผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำ

กรมชลประทานเร่งติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำป่าสัก พร้อมวางแผน “จัดจราจรน้ำ” ตั้งแต่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนพระราม 6 ไปจนถึงคลองระพีพัฒน์ เพื่อควบคุมจังหวะและปริมาณการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำและพื้นที่ตอนล่าง หลังมีการคาดการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 4-8 ตุลาคม 2569
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำชับกรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำและสภาพอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับน้ำที่จะไหลเข้าสู่ระบบเพิ่มเติม
กรมชลฯ ลงพื้นที่เขื่อนพระราม 6 วางแผนบริหารน้ำ
วันที่ 4 ตุลาคม 2569 นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน มอบหมายให้นายเศกสิทธิ์ โพธิ์ชัย ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ พร้อมด้วยนายณัฐพล วุฒิจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา และคณะ ลงพื้นที่เขื่อนพระราม 6 อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการประชุมร่วมกับนายองอาจ แสนอุบล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 ผู้บริหารโครงการชลประทานในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางบริหารน้ำในลุ่มน้ำป่าสักให้เชื่อมโยงกันทั้งระบบ
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำ 965 ล้าน ลบ.ม.
สถานการณ์ล่าสุด ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี มีปริมาณน้ำในอ่างประมาณ 965 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำในอัตรา 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กรมชลประทานจะติดตามปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อน แนวโน้มฝน และสถานการณ์บริเวณท้ายน้ำ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาปรับอัตราการระบายน้ำตามความเหมาะสม เป้าหมายคือเตรียมพื้นที่ในอ่างสำหรับรองรับน้ำที่จะไหลเข้ามาเพิ่มเติม ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน
จับตาฝน 4-8 ต.ค. 2569 เตรียมปรับแผนระบายน้ำ
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือสถานการณ์ฝน โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 4-8 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมถึงฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
กรมชลประทานจะนำข้อมูลพยากรณ์อากาศดังกล่าวมาประเมินร่วมกับปริมาณน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำในลำน้ำ เพื่อปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
เขื่อนพระราม 6 ระบายน้ำ 655 ลบ.ม./วินาที
ด้านเขื่อนพระราม 6 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันมีการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนในอัตรา 655 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมรับน้ำเข้าสู่คลองระพีพัฒน์ในอัตรา 24 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
การรับน้ำเข้าสู่คลองระพีพัฒน์มีเป้าหมายเพื่อช่วยรักษาคุณภาพน้ำภายในคลอง รวมถึงสนับสนุนน้ำดิบให้กับสถานีผลิตน้ำหนองแค สำหรับผลิตน้ำประปาให้ประชาชนในพื้นที่
จัดจราจรน้ำตั้งแต่เขื่อนป่าสักฯ ถึงคลองระพีพัฒน์
ที่ประชุมได้ประเมินแนวโน้มปริมาณน้ำและกำหนดแนวทางจัดจราจรน้ำให้สัมพันธ์กันทั้งระบบ โดยครอบคลุม 3 จุดสำคัญ ได้แก่ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนพระราม 6 และคลองระพีพัฒน์
การบริหารน้ำจะพิจารณาทั้งอัตราและจังหวะการระบายในแต่ละจุด เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาและความสามารถในการรองรับน้ำของพื้นที่ท้ายน้ำ ลดความเสี่ยงจากการระบายน้ำพร้อมกันในปริมาณที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง
หลังจากนี้กรมชลประทานจะติดตามข้อมูลน้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงจะพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำให้เหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับการบริหารน้ำในภาพรวมของลุ่มน้ำป่าสัก และการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำเป็นหลัก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
