รีเซต

LEO เก็บเกี่ยวลงทุนเต็มที่  อีคอมเมิร์ซรุ่งลุยขนส่งจีน

LEO เก็บเกี่ยวลงทุนเต็มที่  อีคอมเมิร์ซรุ่งลุยขนส่งจีน
ทันหุ้น
8 มกราคม 2569 ( 02:00 )
3

            นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แผนงานในปี 2569 จะเน้นเรื่องอีบิทดา (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) ที่จะทำให้มีการเติบโต เนื่องจาก ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีการลงทุนในธุรกิจที่ต้องใช้สินทรัพย์ค่อนข้างมาก จึงทำให้ค่าเสื่อม ค่าดอกดอกเบี้ยต่างๆ มีผลกระทบกับ อีบิทดา ในช่วงปีที่ผ่านมา

                 “ปีนี้เราตั้งใจว่าเราจะต้องพยายามทำอีกอีบิทดาของเราให้มันเติบโตที่ดี ตอนนี้เราพยายามอยากจะทำให้สิ่งที่เราลงทุนไป เกิดดอกออกผลแล้ว ทำให้ผลประกอบการเรากลับมาดีขึ้นกว่าเดิม ในภาพใหญ่เราคิดว่าเราอยากจะโฟกัสที่เราลงทุนไป แต่ภาพเล็กๆ เราก็จะมีเน้นทำหลายเรื่อง เพื่อทำให้การเติบโตทั้งภาคส่วนของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ” นายเกตติวิทย์ กล่าว

** ขนส่งข้ามแดนบูม

                สำหรับภาพรวมการขนส่งสินค้าระหว่างไทย และจีน มีทิศทางดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการขนส่งข้ามแดน(Cross-Border Logistics) ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทดำเนินการเฉพาะขาออกจากไทยไปจีนเป็นหลัก แต่ปัจจุบันได้เริ่มให้บริการขาเข้าจากจีนมายังประเทศไทยอย่างสม่ำเสมอแล้ว

                ทั้งนี้ ปริมาณการขนส่งขาเข้าอยู่ในระดับประมาณ 9–10 ตู้ต่อเที่ยว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยบริษัทมีแผนเพิ่มปริมาณขนส่งขาเข้ากับขาออก เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจให้กลายเป็นธุรกิจแบบ "Two-way" (ทั้งขาเข้าและขาออก) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน ทำให้ค่าขนส่งต่อหนึ่งตู้ลดลง และสามารถควบคุมคุณภาพการให้บริการได้ดียิ่งขึ้น ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศจีน

                นอกจากนี้ ยังมีแผนสนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร เช่น ทุเรียน ไก่ และอาหารทะเล โดยเตรียมลงนามบันทึกข้อความเข้าใจ (MOU) กับพันธมิตร บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMARC เพื่อยกระดับการตรวจมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในจีน

** อีมอมเมิร์ซกลับมา

                สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ นายเกตติวิทย์ ระบุว่า ปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากความไม่ชัดเจนด้านนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา หลังจากยกเลิกสิทธิยกเว้นภาษีสินค้านำเข้ามูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าสินค้าชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอัตราภาษีมีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคเริ่มกลับมานำเข้าสินค้าอีกครั้ง

                ขณะเดียวกัน LEO ได้พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกด้านการจัดการภาษีให้แก่ผู้นำเข้า โดยอยู่ระหว่างการเร่งทำการตลาดและโปรโมตบริการดังกล่าว ส่งผลให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเห็นการเติบโตชัดเจนมากขึ้นในปีนี้

                ในส่วนของการส่งออกสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ บริษัทได้เริ่มจับมือกับพันธมิตรหลายรายในประเทศไทย เพื่อสร้างซัพพลายที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน รองรับความต้องการตลาดต่างประเทศ ซึ่งไม่จำกัดเพียงทุเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสินค้าอาหารอื่นๆ ด้วย

** ลุยโปรเจ็กต์ใหม่

                อย่างไรก็ตามบริษัทมีแผนพิจารณาการลงทุนโครงการใหม่จำนวน 2–3 โครงการ โดยคาดว่าจะเห็นภาพความชัดเจนภายในไตรมาส 1 ของปีนี้ อย่างไรก็ตามการลงทุนดังกล่าวจะเป็นการลงทุนขนาดไม่ใหญ่มาก เนื่องจากบริษัทต้องการบริหารความเสี่ยงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน

                ทั้งนี้ LEO จะให้น้ำหนักการลงทุนทั้งในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์และนอนโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการผลักดันรายได้จากธุรกิจนอนโลจิสติกส์ให้เติบโตเป็นสัดส่วนประมาณ 25–30% ขณะที่ปัจจุบันธุรกิจ Self-Storage และ Wine Storage ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมีอัตราการเช่า (Occupancy Rate) ที่สูงขึ้น

                ด้านเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้มีโอกาสอยู่ในกรอบประมาณ 15–20% ซึ่งยังถือเป็นระดับที่น่าพอใจในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

                ส่วนทิศทางเศรษฐกิจโลก ประเมินว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง ซึ่งอาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และทำให้ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวลดลง หากเกิดขึ้นจริง จะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลกให้ฟื้นตัวดีขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง