ประท้วงเดือดทั่วยุโรป! บ้านแพง ค่าแรงไม่พอ จุดชนวนประชาชนลุกฮือ

“ยุโรป” ดินแดนที่หลายคนคุ้นเคยในฐานะภูมิภาคที่มีคุณภาพชีวิตดี และมีระบบสวัสดิการที่เข้มแข็ง
แต่ภาพการประท้วงครั้งใหญ่ในหลายประเทศทั่วยุโรปกำลังท้าทายภาพจำเหล่านี้ เมื่อรัฐบาลหลายประเทศกำลังเผชิญกับกระแสความไม่พอใจจากประชาชนที่ปะทุขึ้นพร้อมกัน ทั้งจากปัญหาปากท้องและค่าครองชีพ ความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนต่อรัฐบาล ไปจนถึงความไม่แน่นอนของโอกาสในการทำงานและอนาคตของคนรุ่นใหม่
เกิดอะไรขึ้นกับยุโรปในตอนนี้ ? และเพราะอะไรความไม่พอใจเหล่านี้ในแต่ละประเทศถึงดูเหมือนกำลังเชื่อมโยงเป็นปรากฏการณ์ที่ใหญ่กว่าการประท้วงทั่วไป
ยุโรปเดือด! ทำไมผู้คนถึงออกมาประท้วง ?
หากจะตั้งคำถามว่า “ทำไมยุโรปถึงเกิดกระแสการประท้วงครั้งใหญ่ ?” ตั้งแต่ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส อิตาลี กรีซ แอลเบเนีย ไปจนถึงเซอร์เบีย ก็ต้องบอกตามตรงว่า “แต่ละประเทศนั้นมีชนวนเหตุแตกต่างกัน”
เริ่มกันที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถูกมองว่า เป็นตัวจุดชนวนใหญ่ของการประท้วงทั่วยุโรปครั้งนี้ การประท้วงในประเทศเกิดจากการที่นักเรียนออกมาประท้วงการขาดแคลนครู โรงเรียนหลายแห่งขาดการดูแล คุณภาพการศึกษาที่ได้รับไม่เท่าเทียมอย่างทั่วถึง การสอบเข้ามหาวิทยาลัย จนก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับระบบการศึกษาที่จะส่งผลต่ออนาคตของพวกเขา ก่อนที่ความไม่พอใจเรื่องค่าครองชีพและราคาพลังงานจะเข้ามาผสมโรงจากกลุ่มสหภาพแรงงานและกลุ่มอื่น ๆ
ส่วนในสเปนและโปรตุเกส ประเด็นสำคัญคือราคาที่อยู่อาศัยและค่าเช่าที่เพิ่มสูงขึ้น จนหลายคนรู้สึกว่าการมีบ้านเป็นของตัวเองหรือแม้แต่การเช่าบ้านเพื่ออยู่อาศัยกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่ในอิตาลีและกรีซ นักศึกษาเรียกร้องให้รัฐบาลลงทุนกับการศึกษาคล้ายกับฝรั่งเศส ส่วนในแอลเบเนียและเซอร์เบีย การประท้วงยังสะท้อนความไม่พอใจเรื่องการทุจริตและความต้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
การเคลื่อนไหวเหล่านี้ต่างสร้างแรงบันดาลใจให้กันและกัน ตัวอย่างเช่น นักศึกษาชาวอิตาลีได้อ้างอิงถึงการประท้วงในฝรั่งเศส ขณะที่นักรณรงค์ด้านที่อยู่อาศัยในโปรตุเกสได้รับอิทธิพลจากการประท้วงในสเปน สหภาพนักศึกษาต่างแบ่งปันประสบการณ์และคำแนะนำข้ามพรมแดน ซึ่งช่วยให้การเคลื่อนไหวของพวกเขาก้าวหน้าขึ้น
ค่าครองชีพ บ้านแพง รายได้ไม่พอ ชีวิตที่ยากขึ้นของคนยุโรป
แม้แต่ละประเทศจะมีเหตุผลการประเทศครั้งนี้แตกต่างกัน แต่จุดร่วมที่พวกเขาเหมือนกัน นั่นคือความไม่พอใจต่อสภาพชีวิตที่เป็นอยู่ และความกังวลว่าอนาคตของพวกเขาอาจไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่คาดหวัง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังเรียนหนังสือ เริ่มทำงาน หรือพยายามสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต
ปัญหาแรกสุดเลยคือ รายได้ที่อาจไม่เพียงพอกับค่าครองชีพ
ข้อมูลจาก Eurostat ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสถิติของสหภาพยุโรป ระบุว่า ในปี 2025 คนรุ่นใหม่อายุ 18–24 ปีในฝรั่งเศส อาศัยอยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ย 23,850 ยูโร สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปที่ 21,482 ยูโร โดยฝรั่งเศสอยู่ในอันดับที่ 11 จาก 34 ประเทศในยุโรป ตามข้อมูลที่มีการเปรียบเทียบ
แต่ตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียว อาจไม่ได้สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่มีความมั่นคงทางการเงินมากแค่ไหน
European Youth Forum ชี้ว่า คนหนุ่มสาวในบางประเทศอาจดูเหมือนมีฐานะทางการเงินที่ดี เมื่อพิจารณาจากรายได้ของครัวเรือนที่ตนอาศัยอยู่ แต่ในความเป็นจริง หลายคนยังไม่สามารถย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ เพื่อเช่าหรือซื้อที่อยู่อาศัยและใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้
เมื่อเปรียบเทียบรายได้ของคนรุ่นใหม่กับประชากรทั้งหมดในแต่ละประเทศ พบว่า ใน 28 จาก 34 ประเทศ คนรุ่นใหม่อาศัยอยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าประชากรโดยรวม
ส่วนในสหภาพยุโรป คนรุ่นใหม่มีรายได้เฉลี่ยคิดเป็น 93.6% ของรายได้เฉลี่ยประชากรทั้งหมด โดยอยู่ที่ 21,482 ยูโร เทียบกับ 22,939 ยูโรสำหรับประชากรโดยรวม
ความแตกต่างนี้มีหลายสาเหตุ ทั้งประสบการณ์ทำงานที่ยังน้อยกว่า และการที่คนหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งยังอยู่ระหว่างการศึกษา จึงอาจมีรายได้ไม่เท่ากับคนวัยทำงานที่มีประสบการณ์มากกว่า
เมื่อรายได้ยังมีข้อจำกัด ขณะที่ค่าครองชีพอยู่ในระดับสูง การสร้างความมั่นคงให้ชีวิตจึงยิ่งเป็นเรื่องยาก เพราะแม้จะมีรายได้ แต่เงินที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายก็อาจไม่เพียงพอสำหรับการเก็บออม หรือวางแผนอนาคต
ปัญหาต่อมา คือ ที่อยู่อาศัยที่มีราคาแพงขึ้น
สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า ราคาที่อยู่อาศัยในโปรตุเกสเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าระหว่างปี 2015–2024 ขณะที่ The Week รายงานว่าค่าเช่าเพิ่มขึ้น 124% ในช่วงเวลาเดียวกัน
สถานการณ์นี้ทำให้การมีบ้านเป็นของตัวเอง หรือแม้แต่การเช่าที่พักในเมืองที่มีโอกาสทางการศึกษาและการทำงาน กลายเป็นภาระที่หนักขึ้นสำหรับคนจำนวนมาก
ส่วนในสเปนกระแสประท้วงก็ได้รับแรงกระตุ้นมาจากกรณีหญิงวัย 87 ปี ที่ถูกไล่ออกจากบ้านที่อาศัยอยู่มานานกว่า 70 ปี หลังบริษัทลงทุนที่เข้ามาเป็นเจ้าของใหม่ปรับขึ้นค่าเช่าถึง 230% กรณีนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของปัญหาที่อยู่อาศัย และสะท้อนว่าผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนรุ่นใหม่ แต่ยังครอบคลุมถึงผู้สูงอายุและผู้เช่าที่มีรายได้น้อยด้วย
ขณะที่ อิตาลี นักศึกษาบางคนต้องเดินทางจากพื้นที่ห่างไกลเพื่อไปเรียนในกรุงโรม เพราะไม่สามารถแบกรับค่าเช่าที่พักในเมืองได้
ปัญหาสุดท้าย คือ โอกาสในการสร้างอนาคตที่ไม่แน่นอน
คนรุ่นใหม่ไม่ได้กังวลเพียงว่าจะมีเงินพอใช้ในวันนี้หรือไม่ แต่ยังต้องคิดถึงอนาคตว่าจะหางานที่มั่นคงได้หรือเปล่า จะมีเงินซื้อบ้านได้หรือไม่ และการศึกษาที่ได้รับจะช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริงหรือไม่
บทความ Gen Z are leading the European protests. Here’s why they’re angry จากสำนักข่าว CNN ชี้ให้เห็นอีกหนึ่งความกังวลสำคัญ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานจากเทคโนโลยี AI ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่องานระดับเริ่มต้นที่คนเพิ่งจบการศึกษามักใช้เป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพ
ขณะเดียวกัน ปัญหาเรื่อง Climate Change, ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และค่าครองชีพที่พุ่งขึ้นสูงทุกวัน ให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากตั้งคำถามว่าพวกเขาจะมีมาตรฐานการครองชีพที่ดีกว่าในยุคพ่อแม่ของพวกเขาได้หรือไม่
เมื่อความกังวลเหล่านี้สะสมมากขึ้น การประท้วงจึงไม่ได้เป็นเพียงการเรียกร้องให้ลดค่าครองชีพหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกต่อไป แต่ยังสะท้อนความไม่มั่นใจว่า ระบบเศรษฐกิจและนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน จะสามารถสร้างอนาคตที่พวกเขาคาดหวังได้จริงหรือไม่
เมื่อความกังวลเหล่านี้สะสมมากขึ้น การประท้วงจึงไม่ได้เป็นเพียงการเรียกร้องให้ลดค่าครองชีพหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกต่อไป แต่ยังสะท้อนความไม่มั่นใจว่า ระบบเศรษฐกิจและนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน จะสามารถสร้างอนาคตที่พวกเขาคาดหวังได้จริงหรือไม่
ยุโรปจะไปต่ออย่างไร เมื่อเสียงประชาชนดังขึ้น ?
จะเห็นได้ว่า รัฐบาลหลายประเทศพยายามจะแก้ปัญหาดังกล่าวตามข้อเรียกร้องของผู้ประท้วง แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตอนนี้ รัฐบาลต่าง ๆ กำลังเผชิญกับข้อจำกัดทางการเงินและการเมือง ทั้งจากการเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจและหนี้สาธารณะที่สูง
สิ่งเหล่านี้ทำให้รัฐบาลยากที่จะเพิ่มเงินไปกับด้านการศึกษา ที่อยู่อาศัย และบริการสาธารณะอื่น ๆ โดยไม่ทำให้งบประมาณของรัฐบาลตึงตัวมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้ประท้วงต้องการให้มีการดำเนินการในทันที เพราะพวกเขารู้สึกว่ารอมานานเกินไปแล้ว นี่จึงเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก ประชาชนเรียกร้องการสนับสนุนมากขึ้น แต่รัฐบาลอาจมีงบประมาณจำกัดและเผชิญกับความขัดแย้งเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินนั้น
ในระยะยาว การแก้ปัญหาอาจต้องมากกว่าการประกาศมาตรการเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัย การลงทุนในการศึกษา การสร้างงานที่มีคุณภาพ หรือการทำให้ค่าจ้างสอดคล้องกับค่าครองชีพ
โจทย์สำคัญคือ รัฐบาลต้องทำอย่างไรจึงจะตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ หนี้สาธารณะ และความขัดแย้งทางการเมือง
ขณะเดียวกัน การประท้วงที่เชื่อมโยงกันข้ามประเทศยังสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดวาระทางสังคมและการเมือง พวกเขาไม่ได้เพียงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่กำลังตั้งคำถามถึงรูปแบบสังคมที่ตัวเองต้องใช้ชีวิตอยู่ในอนาคต
หากรัฐบาลไม่สามารถตอบสนองต่อความกังวลเหล่านี้ได้ ความไม่พอใจอาจยืดเยื้อ และกลายเป็นแรงกดดันในการเลือกตั้งหรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระยะต่อไป แต่หากรัฐบาลสามารถแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ก็อาจช่วยลดความตึงเครียดและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนได้
ท้ายที่สุด การประท้วงครั้งนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงภาพของยุโรปที่กำลังเผชิญความวุ่นวาย แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนว่า ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โอกาสทางสังคม และความไว้วางใจต่อรัฐบาล ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้ เพราะสำหรับคนรุ่นใหม่ อนาคตที่ดีไม่ได้หมายถึงการมีงานทำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องหมายถึงการมีรายได้เพียงพอ มีที่อยู่อาศัย เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และมีโอกาสสร้างชีวิตที่มั่นคงได้จริง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
Why are people protesting across Europe? - The Guardian
Gen Z are leading the European protests. Here’s why they’re angry - CNN
From Paris to Lisbon: Why Europe is witnessing public anger, protests? - The Week
Young people's household income in Europe: How does France compare? - Euro News
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
