รีเซต

จลาจลฝรั่งเศส เปิด “ทางด่วนพิเศษ” ส่งเลอเปนสู่อำนาจ แทบไม่ต้องหาเสียง?

จลาจลฝรั่งเศส  เปิด “ทางด่วนพิเศษ”  ส่งเลอเปนสู่อำนาจ แทบไม่ต้องหาเสียง?
TNN ช่อง16
21 ตุลาคม 2569 ( 09:42 )

การประท้วงทั่วฝรั่งเศสในช่วงสุดสัปดาห์ และลุกลามเป็นเหตุจลาจลในหลายพื้นที่ กำลังทำให้มารีน เลอเปน นักการเมืองฝ่ายขวาจัด ได้เปรียบในทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนเมษายน 2027 โดยผลสำรวจช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เธอมีคะแนนนิยมทิ้งห่างจากว่าที่ผู้สมัครคนอื่นๆ 


เมื่อวันอาทิตย์ มารีน เลอ แปน ผู้นำพรรคแนวร่วมแห่งชาติ หรือ National Rally ซึ่งมีชื่อย่อในภาษาฝรั่งเศสว่า RN ออกแถลงการณ์ผ่านวิดีโอ วิจารณ์การรับมือวิกฤตของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง อย่างรุนแรงว่า ผู้นำฝ่ายกลางค่อนไปทางขวาที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งผู้นี้ ไม่เหลือทั้ง “ความน่าเชื่อถือหรืออำนาจในการนำ” อีกต่อไป และประชาชนฝรั่งเศสกำลังติดอยู่ตรงกลางระหว่างมาตรการรัดเข็มขัดของเขาที่ “กระหน่ำซ้ำเติม” ประชาชนด้านหนึ่ง กับ “นักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายที่มุ่งก่อการลุกฮือ” อีกด้านหนึ่ง


การประท้วงในโรงเรียนของฝรั่งเศสเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 21 กันยายน ในเขตยากจนแห่งหนึ่งของกรุงปารีส เมื่อนักเรียนออกมาเรียกร้องให้แก้ปัญหาอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทรุดโทรม การขาดแคลนครู และตารางเรียนที่แน่นเกินไป การชุมนุมขยายตัวอย่างรวดเร็วไปทั่วประเทศ และเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับการนัดหยุดงานของบุคลากรภาครัฐทั่วประเทศ เพื่อต่อต้านแผนลดรายจ่ายภาครัฐของรัฐบาล


เลอเปนกล่าวโทษฝ่ายซ้ายทางการเมืองและ “การอพยพเข้าสู่ฝรั่งเศสตลอดหลายทศวรรษ” ว่าเป็นต้นเหตุของการปล้นสะดมและทำลายทรัพย์สินที่เกิดขึ้นตามหลังการชุมนุม พร้อมนำเสนอว่าพรรคของเธอสามารถฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยได้ 


สำนักข่าวรอยเตอรส์รายงานว่า ผลสำรวจช่วงต้นเดือนตุลาคมชี้ว่า มารีน เลอเปน ผู้นำฝ่ายขวาจัด และฌอง-ลุก เมลองชง คู่แข่งจากฝ่ายซ้ายจัด กำลังมีแรงสนับสนุนเพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า 


สถานการณ์จำลองที่บริษัทสำรวจความคิดเห็น Odoxa ใช้ในการสำรวจประชาชน 12,000 คน ระหว่างวันที่ 24 กันยายนถึง 7 ตุลาคม พบว่า


  • เลอเปนจะได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งรอบแรก โดยได้รับคะแนนร้อยละ 37-38 
  • ชอง-ลุค เมล็องชงจากพรรคฝรั่งเศสไม่ยอมจำนน หรือ France Unbowed จะได้อันดับสอง ด้วยคะแนนร้อยละ 18-18.5
  • การสำรวจกำหนดให้เลอเปนและเมลHองชงแข่งขันกับผู้สมัครฝ่ายสายกลางหนึ่งคน โดยสลับระหว่างเอดูอาร์ ฟิลิป กับกาเบรียล อัตตาล ซึ่งต่างเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยของมาครง ผลสำรวจคาดว่าฟิลิปจะได้รับคะแนนร้อยละ 17 ขณะที่อัตตาลจะได้รับเพียงร้อยละ 11
  • ผลสำรวจชี้ว่าเลอเปนจะเอาชนะเมล็องชงได้อย่างง่ายดายในการเลือกตั้งรอบสอง และจะเป็นฝ่ายชนะเช่นกันหากต้องเผชิญหน้ากับฟิลิป 

ทั้งนี้ ความนิยมที่ลดลงอย่างต่อเนื่องของมาครง ขณะที่เขากำลังจะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครบสองสมัย ได้บั่นทอนฐานสนับสนุนของการเมืองฝ่ายสายกลางในฝรั่งเศสอย่างมาก


เมล็องชงเคยลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมาแล้วสามครั้ง ในปี 2012, 2017 และ 2022 แต่ไม่เคยผ่านเข้าสู่การเลือกตั้งรอบสอง ส่วนเลอแปนก็ลงสมัครในการเลือกตั้งทั้งสามครั้งเดียวกัน โดยเธอผ่านเข้าสู่รอบสองในปี 2017 และ 2022 แต่พ่ายแพ้ให้แก่มาครงทั้งสองครั้ง

ทำไมฝ่ายขวาจัดได้ประโยชน์จากการประท้วง?


ปีเตอร์ แม็กฟี ศาสตราจารย์กิตติคุณแห่งมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ระบุว่ากับอัล จาซีราว่า การประท้วงครั้งนี้เปรียบเสมือน “ของขวัญคริสต์มาส” สำหรับพรรคแนวร่วมแห่งชาติของเลอเปน 


ด้านฌอง-บาติสต์ โมโร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฝ่ายมาครง กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “เลอเปนไม่จำเป็นต้องเสียเงินหาเสียงอีกต่อไปแล้ว เส้นทางข้างหน้าของเธอไม่ได้เพียงเปิดโล่ง แต่เป็นถึงทางด่วนหกเลน


ทั้งนี้ เลอเปนออกแถลงการณ์ถึงประชาชนผ่านวิดีโอเมื่อวันอาทิตย์ โดยนำเสนอภาพรัฐบาลมาครงว่าเป็นขั้วอำนาจที่กำลังพังทลาย พร้อมวางตัวเองเป็นบุคคลที่สามารถนำความสงบเรียบร้อยกลับคืนมาได้


เมื่อมาครงกล่าวปราศรัยต่อประชาชนทั่วประเทศในเวลาต่อมา เขากลับเสนอมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพียงเล็กน้อย และยังไม่ถึงขั้นประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ระหว่างที่เขากำลังกล่าวปราศรัย เหตุปล้นสะดมยังคงดำเนินต่อเนื่องเป็นคืนที่สอง ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู ประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวเฉพาะบางพื้นที่ในวันจันทร์


ทั้งฝ่ายตรงข้ามและอดีตพันธมิตรต่างเห็นว่า ท่าทีของมาครงยังไม่เพียงพอ แม้แต่ เอดูอาร์ ฟิลิป อดีตนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลของเขา ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดียัง วิพากษ์วิจารณ์มาครงอย่างไม่อ้อมค้อม ว่าประเทศฝรั่งเศสต้องการผู้นำที่สั่งการ


ขณะเดียวกัน เลอแปน ยังช่วยตอกย้ำกระแสคำอธิบายของฝ่ายขวาที่แพร่กระจายทางออนไลน์ว่า ผู้อพยพเป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดการประท้วง ไม่ใช่ประชาชนฝรั่งเศส ทั้งที่ความคับข้องใจซึ่งผลักดันการเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้เชื่อมโยงกันหลายประเด็น โดยมีทั้งกลุ่มสนับสนุนปาเลสไตน์ที่ถือธงเข้าร่วม ตลอดจนขบวนการด้านสิ่งแวดล้อม สตรีนิยม และต่อต้านลัทธิล่าอาณานิคม


นักวิเคราะห์ประเมินด้วยว่า เมล็องชง ผู้นำฝ่ายซ้ายจัด ซึ่งได้เข้าร่วมการประท้วง อาจเผชิญกระแสตีกลับได้ หากประชาชนไม่พอใจต่อการทำลายทรัพย์สินมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งเปิดทางให้เลอแปนมีจุดยืนทางการเมืองที่แข็งแกร่งกว่าเดิมไปโดยปริยาย

ฝ่ายขวาจัดเคยขยายฐานสนับสนุนหลังการประท้วงครั้งก่อน ๆ อย่างไร?


ทั้งนี้ ในอดีต พรรคการเมืองฝ่ายขวาและฝ่ายสายกลางมักได้รับประโยชน์หลังเกิดการประท้วงขนาดใหญ่และความไม่สงบ เนื่องจากประชาชนที่หวั่นเกรงภาวะไร้ขื่อแป เลือกลงคะแนนให้พรรคเหล่านี้


เมื่อเดือนพฤษภาคม 1968 เคยเกิดการประท้วงในลักษณะคล้ายกันโดยมีนักเรียนนักศึกษาเป็นแกนนำ ในช่วงแรก รัฐบาลอนุรักษนิยมของประธานาธิบดีชาร์ล เดอ โกล ประสบความยากลำบากในการควบคุมการชุมนุม ท้ายสุด เดอ โกล ประกาศยุบสภาและจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด โดยกล่าวโทษฝ่ายซ้ายว่าเป็นต้นเหตุของความรุนแรง พร้อมให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย พรรคสหภาพเพื่อการปกป้องสาธารณรัฐ ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษนิยมของเขา คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย ขณะที่พรรคฝ่ายซ้ายสูญเสียที่นั่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของที่เคยมี


ต่อมา ในช่วงการประท้วง “เสื้อกั๊กเหลือง” เมื่อปี 2018 ผู้ประท้วงชนชั้นแรงงานที่ออกมาต่อต้านการตัดสินใจขึ้นภาษีของรัฐบาลมาครง ได้รับการสนับสนุนจากพรรคของเลอเปน แม้ฝ่ายซ้ายจะพยายามสร้างความใกล้ชิดและเรียกคะแนนสนับสนุนจากขบวนการนี้เช่นกัน


ท้ายที่สุด ผู้สนับสนุนขบวนการจำนวนมากหันไปลงคะแนนให้พรรคของเลอเปนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2022 เพื่อลงโทษรัฐบาลมาครง การตัดสินใจดังกล่าวยังคงส่งผลต่อสภาพรัฐสภาที่แตกแยกอย่างรุนแรงมาจนถึงปัจจุบัน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง