ศึกษาพบคนอายุน้อยในออสเตรเลียเผชิญ ความเหงา กระทบคุณภาพชีวิต

เมื่อไม่นานนี้ มหาวิทยาลัยโมนาชของออสเตรเลียเปิดเผยผลวิเคราะห์ข้อมูลจากการสังเกตการณ์มากกว่า 53,000 รายการ ซึ่งรวบรวมจากชาวออสเตรเลียอายุ 15 ปีขึ้นไปเกือบ 22,000 คน ระหว่างการสำรวจระดับประเทศ 4 รอบ และพบว่าความเหงาส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจของชาวออสเตรเลียอายุ 15-24 ปี มากกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ โดยคนอายุน้อยสูญเสียคุณภาพชีวิตจากความเหงามากกว่าผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า
คณะนักวิจัยได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกเหงากับความรู้สึกโดดเดี่ยวทางสังคมกับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา โดยคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น สถานะการจ้างงาน รายได้ สภาวะสุขภาพกายและสุขภาพจิต ตลอดจนเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ซึ่งพบว่าร้อยละ 18 ของคนอายุ 15-24 ปีมีความรู้สึกเหงา ขณะร้อยละ 12 ของผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปมีความรู้สึกเหงา แต่ผู้สูงอายุชาวออสเตรเลียมีความรู้สึกโดดเดี่ยวทางสังคมมากกว่า
อนึ่ง การศึกษานี้ได้ประเมินคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพตามมาตรวัดตั้งแต่ 0 (เทียบเท่าการเสียชีวิต) ถึง 1 (สุขภาพสมบูรณ์)
ผลการศึกษาพบในกลุ่มคนอายุ 15-24 ปี ความเหงามีความเชื่อมโยงกับค่าอรรถประโยชน์ด้านสุขภาพ (health utility) ที่ลดลง 0.079 จุด ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอายุอื่นๆ ในการศึกษา โดยในทุกกลุ่มอายุ ค่าอรรถประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้มีความรู้สึกเหงาเพียงอย่างเดียวลดลง 0.061 จุด เมื่อเทียบกับผู้ไม่มีทั้งความเหงาและความโดดเดี่ยวทางสังคม ส่วนผู้มีความโดดเดี่ยวทางสังคมอย่างเดียวมีค่าดังกล่าวลดลง 0.020 จุด และผู้มีทั้งสองภาวะร่วมกันมีค่าลดลง 0.102 จุด
ทั้งนี้ ฟิครู ริซาล หัวหน้านักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโมนาช กล่าวว่าผลการศึกษานี้เน้นย้ำความสำคัญของการตระหนักถึงภาวะความเหงาในทุกช่วงวัย และการแยกแยะความเหงาออกจากความโดดเดี่ยวทางสังคม ซึ่งหมายถึงการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและความสัมพันธ์กับผู้อื่นในเชิงกายภาพน้อยลงตามความเป็นจริง