ประท้วงทั่วยุโรป เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่เชื่อว่า อนาคตจะดีกว่าวันนี้

จากฝรั่งเศส เบลเยียม อิตาลี ไปจนถึงสเปนและโปรตุเกสการประท้วงที่เกิดขึ้นในหลายประเทศยุโรปอาจมีจุดเริ่มต้นแตกต่างกัน แต่กำลังสะท้อนความไม่พอใจที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือค่าครองชีพที่สูงขึ้น บ้านที่อยู่อาศัยที่เข้าถึงยากขึ้น การศึกษาที่ต้องการการลงทุนเพิ่ม และตลาดแรงงานที่ไม่อาจรับประกันได้ว่าคนรุ่นใหม่จะมีชีวิตที่มั่นคงกว่าคนรุ่นก่อน
“ฉันเห็นความคล้ายคลึงกันมากกว่าความแตกต่าง” หนึ่งในผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวกับ CNN โดยชี้ว่าเสียงเรียกร้องจากคนรุ่นใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องการศึกษาและมหาวิทยาลัย แต่ยังรวมถึงค่าครองชีพและที่อยู่อาศัย ซึ่งกลายเป็นโจทย์สำคัญของชีวิตประจำวัน
เสียงเดียวกันนี้ปรากฏในการชุมนุมของนักศึกษาอิตาลี เมื่อซาบรินา บริซโซลา ผู้นำสหภาพศึกษา เรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันส่งเสียงเพื่อโรงเรียนที่ปลอดภัย การทำงานที่มีศักดิ์ศรี ระบบสาธารณสุข และความเป็นธรรมในสังคม
จูเลียส ฟินเทลมันน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารของจดหมายข่าว The European Correspondent มองว่า การประท้วงสะท้อนให้เห็นถึงความคับข้องใจอย่างหนึ่ง นั่นคือความรู้สึกที่ว่าการเมืองของยุโรปล้มเหลวในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้แก่คนรุ่นถัดไป
“สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่คือการให้คำมั่นสัญญาของระบอบประชาธิปไตยแบบเสรีว่า คนรุ่นถัดไปจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าคนรุ่นปัจจุบัน แต่ตอนนี้ไม่จริงอีกต่อไปแล้ว”
นอกจากนี้ยังมีปัญหาการศึกษา ค่าที่อยู่อาศัย และตลาดแรงงานที่ไม่มั่นคง ซึ่งเป็นผลจากการที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น จนทำให้ความต้องการตำแหน่งระดับเริ่มต้นลดลง ไหนจะวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ที่ทำให้อากาศโลกแปรปรวน ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลให้เด็กในเจเนเรชันซี หรือ Gen-Z ออกมาประท้วง
ปัจจุบันหลายประเทศในยุโรปเกิดการประท้วง ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส อัลแบเนีย อิตาลี สเปนและโปรตุเกส ความไม่พอใจทางสังคมกำลังเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลหลายประเทศมีข้อจำกัดด้านการคลัง ประเทศที่เผชิญการประท้วงต่างมีแรงกดดันทางเศรษฐกิจและหนี้สาธารณะในระดับสูง ซึ่งทำให้การเพิ่มงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาสังคมทำได้ยากขึ้น
โจทย์ของรัฐบาลยุโรปจึงมีความซับซ้อนกว่าการรับมือกับผู้ชุมนุม เพราะต้องจัดการทั้งความคาดหวังของประชาชน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และข้อจำกัดในการใช้จ่ายของภาครัฐไปพร้อม ๆ กัน
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ จะเรียกว่า “ยุโรปสปริง?” ได้หรือไม่
ฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในตัวอย่างของแรงกดดันดังกล่าว โดยอัตราตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2002 ตามข้อมูลที่มีการรายงานในช่วงนั้น ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล
ทางการฝรั่งเศสรายงานว่า มีการจับกุมตัวผู้ประท้วงมากกว่า 1,300 คน ในการประท้วงทั่วประเทศฝรั่งเศสที่มีคนเข้าร่วมหลายแสนคน ที่มีขึ้นในวันเสาร์ที่ผ่านมา (24 ตุลาคม) ซึ่งมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ในวันต่อมาในบางพื้นที่
แม้การประท้วงที่ส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบ ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำเพื่อสลายกลุ่มผู้ประท้วงในหลายเมือง รวมถึงกรุงปารีส ในขณะที่เมืองมาร์เซย์มีการจุดไฟเผาสิ่งกีดขวาง ส่วนที่เมืองบอร์โดซ์มีผู้คนรื้อแผ่นไม้ที่ปิดหน้าร้านค้าออก
จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดเหตุจลาจลและการปล้นสะดมในระดับเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ก่อนได้แล้ว ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ความวุ่นวายครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของฝรั่งเศส
กระทรวงมหาดไทยระบุว่า มีผู้เข้าร่วมการประท้วงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (24 ตุลาคม) ประมาณ 410,000 คน ในขณะที่ทางสหภาพแรงงานประเมินตัวเลขดังกล่าวไว้ที่ประมาณ 800,000 คน
เจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 70,000 นายถูกส่งไปประจำการทั่วประเทศและมีการจำกัดการเคลื่อนไหวในหลายเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้การประท้วงครั้งล่าสุดเกี่ยวกับค่าครองชีพและสภาพโรงเรียนที่ย่ำแย่ลุกลามกลายเป็นความวุ่นวายเหมือนที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีจำนวนน้อยกว่าผู้ประท้วง ร้านค้าหลายร้อยแห่งถูกปล้น และอาคารหลายหลังถูกเผา
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้ออกคำสั่งสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การชุมนุมประท้วงที่จัดโดยสหภาพแรงงานที่ได้รับการรับรองเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาต ขณะเดียวกัน มีผู้คนหลายร้อยคนถูกจำคุกในข้อหาทำลายทรัพย์สิน วางเพลิง และปล้นสะดม หลังจากการพิจารณาคดีอย่างเร่งด่วน
กลุ่มนักเคลื่อนไหวและสหภาพต่าง ๆ มีกำหนดที่จะจัดการประท้วงอีกครั้งในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลยังคงหารือกับตัวแทนนักศึกษาและสหภาพแรงงาน
อัลแบเนีย
กลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายค้านและนักศึกษาได้รวมตัวกันในในกรุงติรานา เมืองหลวงของแอลเบเนีย ทางการระบุว่ามีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2,500 นายลงพื้นที่ตามท้องถนนในกรุงติรานา โดยตำรวจควบคุมฝูงชนได้ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลหลายพันคน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (24 ตุลาคม)
อาคารรัฐบาลถูกโจมตี และผู้ประท้วงหลายสิบคนถูกจับกุม ทางการระบุว่า มีผู้ประท้วงและตำรวจได้รับบาดเจ็บมากกว่า 300 คน
กลุ่มผู้ประท้วงที่นำโดยนักศึกษาและประชาชนในชื่อ "การปฏิวัติฟลามิงโก" เรียกร้องให้มีนายกรัฐมนตรี เอดี รามา ลาออก พร้อมทั้งจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล 12 เดือน, จัดการเลือกตั้งรัฐสภาก่อนกำหนด และการยกเลิกโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวระดับหรูในพื้นที่ชายฝั่งที่ได้รับการคุ้มครอง
อิตาลี
เมื่อวันที่ 24-25 ตุลาคม เยาวชนและผู้ประท้วงหลายพันคนเดินขบวนไปทั่วเมืองใหญ่ๆ ของอิตาลี เพื่อประท้วงปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ค่าที่อยู่อาศัย ราคาน้ำมัน นโยบายด้านการศึกษา และการสนับสนุนความขัดแย้งในต่างประเทศของรัฐบาล มีรายงานการจับกุม 9 คน และกักขังชั่วคราว 371 คนทั่วประเทศ
การประท้วงส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย แม้ว่าจะมีรายงานความตึงเครียดเกิดขึ้นบ้างในช่วงเย็นในเมืองตูริน ฟลอเรนซ์ โบโลญญา และโรม
หลังเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลได้เริ่มปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยครั้งใหม่ครั้งใหญ่ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารลาดตระเวนในใจกลางเมือง
ในโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ได้กล่าวชื่นชมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการกับการชุมนุมประท้วง โดยระบุว่า "สิทธิในการชุมนุมประท้วงเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการรับรองเสมอ เช่นเดียวกับสิทธิของพลเมืองในการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองของตนได้อย่างปลอดภัย"
เธอกล่าวเสริมว่า "ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต้องรับประกันให้กับทุกคน ทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการประท้วงอย่างสันติ สำหรับผู้ที่ต้องทำงาน และสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในเมืองของตนโดยปราศจากความหวาดกลัว โดยไม่เปิดโอกาสให้กับกลุ่มคนที่มุ่งเน้นเพียงการเผชิญหน้าและความรุนแรงเท่านั้น"
สเปน
ประชาชนประมาณ 25,000 คนรวมตัวกันในกรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปนเพื่อสนับสนุนโครงการบำนาญของรัฐ เรียกร้องให้เงินบำนาญยังคงปรับตามอัตราเงินเฟ้อ และขจัดช่องว่างเงินบำนาญระหว่างเพศ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า
มีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 128 คน ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน หลังจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลและประเด็นด้านการศึกษาที่รุนแรงบริเวณจัตุรัสพลาซา กาตาลุนยา ในบาร์เซโลนา ความไม่สงบดังกล่าวทำให้ร้านค้าอย่างน้อย 14 แห่งได้รับความเสียหายหรือโดนปล้น พบตำรวจได้รับบาดเจ็บ 15 นาย และเกิดไฟไหม้บนท้องถนนกว่า 30 จุด
แรงกดดันต่อระบบบำนาญของรัฐบาลสเปนเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ประชากรสูงอายุ อัตราการเกิดต่ำ ค่าจ้างไม่เปลี่ยนแปลง รวมถึงอัตราส่วนของคนทำงานต่อผู้รับบำนาญที่ลดลง
ผู้ประท้วงกังวลว่า ระบบบำนาญของรัฐอาจอ่อนแอลงอย่างมาก ขึ้นอยู่กับว่าใครจะชนะการเลือกตั้งในเดือนหน้า ค่าใช้จ่ายบำนาญรายเดือนของประเทศในปีนี้สูงเป็นประวัติการณ์เกือบ 14,500 ล้านยูโร หรือราว 549,158 ล้านบาท
โปรตุเกส
ตำรวจโปรตุเกสเข้าสลายค่ายพักแรมใจกลางกรุงลิสบอน ซึ่งเป็นการประท้วงวิกฤตการณ์ที่อยู่อาศัยที่ทวีความรุนแรงขึ้นในประเทศ เจ้าหน้าที่ได้ใช้กระบองเข้าควบคุมกลุ่มผู้ประท้วงในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25 ตุลาคม) มีรายงานผู้ประท้วงถูกจับกุมจำนวน 25 คน
ปัจจุบันโปรตุเกสกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ราคาที่อยู่อาศัยที่รุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป โดยราคาที่อยู่อาศัยได้พุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวนับตั้งแต่ปี 2017 ในขณะที่ค่าเช่าสำหรับสัญญาเช่าใหม่ก็เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเช่นกัน ซึ่งกลุ่มคนหนุ่มสาวหรือกลุ่มเจนซี ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
เจ้าหน้าที่หลายสิบนาย บางส่วนมาพร้อมกับสุนัขตำรวจ ได้เข้าควบคุมค่ายพักแรมบริเวณจัตุรัสรอสซิโอ เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่ได้เตือนกลุ่มผู้ประท้วงแล้วว่า จะรื้อถอนเต็นท์หากไม่มีการเคลื่อนย้ายออกไป พร้อมทั้งขู่ว่า ถ้าใครขัดขืนจะดำเนินคดีในข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
