จับตาทรัมป์ขึ้นเวที State of the Union ท่ามกลางปัญหารอบด้าน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมกล่าวสุนทรพจน์แถลงผลงานประจำปีต่อสภาคองเกรส (State of the Union) ในเวลา 09.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ท่ามกลางแรงกดดันจากในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะความตึงเครียดกับอิหร่าน ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนกำลังใกล้เข้ามา ดังนั้นการกล่าวสุนทรพจน์ในช่วงไพรม์ไทม์ครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นเวทีสำคัญในการสร้างแรงสนับสนุนให้พรรครีพับลิกันต่อไป
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์เผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งคำวินิจฉัยของศาลสูงสหรัฐฯ ที่เพิกถอนมาตรการภาษีของเขา ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสะท้อนการชะลอตัวมากกว่าคาด และภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น
โดยทรัมป์อาจโต้แย้งคำตัดสินของศาลเกี่ยวกับมาตรการภาษี พร้อมยืนยันว่ามีช่องทางทางกฎหมายอื่นในการฟื้นมาตรการดังกล่าว โดยที่ปรึกษาพรรครีพับลิกันยังผลักดันให้เขาเน้นย้ำปัญหาค่าครองชีพและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อชัยชนะเลือกตั้งในปี 2024
แหล่งข่าวในทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์จะย้ำความสำเร็จทางเศรษฐกิจ เช่น การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้น การลงทุนภาคเอกชน และมาตรการลดภาษี พร้อมกล่าวโทษว่าเศรษฐกิจที่อ่อนแอเป็นผลสืบเนื่องจากรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจหลายสำนักสะท้อนว่าชาวอเมริกันจำนวนมาก ยังไม่มั่นใจในความสามารถของทรัมป์ในการแก้ปัญหาค่าครองชีพ อีกทั้งมองว่านโยบายผู้อพยพของเขาเข้มงวดเกินไป ขณะเดียวกัน กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ หรือ DHS ต้องปิดทำการเป็นส่วนใหญ่จากความขัดแย้งด้านงบประมาณ และนโยบายผู้อพยพระหว่างรีพับลิกันกับเดโมแครต
ด้านนโยบายต่างประเทศ สถานการณ์กับอิหร่านทวีความตึงเครียดจากประเด็นโครงการนิวเคลียร์ มีรายงานการเคลื่อนกำลังเรือรบสหรัฐฯ ไปยังตะวันออกกลาง และการพิจารณาทางเลือกที่อาจรวมถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอิหร่าน แหล่งข่าวระบุว่าสุนทรพจน์ครั้งนี้อาจเป็นครั้งแรกที่ทรัมป์ชี้แจงเหตุผลต่อสาธารณะเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการแทรกแซงทางทหาร
นอกจากนี้ เขายังเตรียมกล่าวถึงบทบาทการเป็นคนกลางเจรจาสันติภาพในหลายความขัดแย้ง รวมถึงวาระครบรอบ 4 ปีของสงครามยูเครน ซึ่งสะท้อนว่าเขายังไม่สามารถยุติสงครามได้ แม้เคยระบุว่าสามารถจัดการได้ภายใน 24 ชั่วโมง
ขณะที่ฝั่งเดโมแครตเตรียมแสดงท่าทีเชิงสัญลักษณ์ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกกว่า 20 คนจะไม่เข้าร่วมรับฟังสุนทรพจน์ และจัดกิจกรรมภายนอกแทน โดยให้เหตุผลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะสะท้อนภาพผลงานรัฐบาลได้ชัดเจนกว่าถ้อยแถลงบนเวที
สุนทรพจน์ครั้งนี้จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่า ทรัมป์จะสามารถใช้เวทีดังกล่าวพลิกแรงกดดันทางการเมือง และฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนได้หรือไม่ ท่ามกลางความท้าทายทั้งในประเทศและเวทีโลก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
