“สุพัฒนพงษ์” แจงเยียวยาแค่ 3,500 เหตุไม่ได้ล็อกดาวน์ คนเดือดร้อนไม่มากเท่ารอบแรก

“สุพัฒนพงษ์” แจงเยียวยาแค่ 3,500 เหตุไม่ได้ล็อกดาวน์ คนเดือดร้อนไม่มากเท่ารอบแรก
มติชน
14 มกราคม 2564 ( 14:35 )
39
“สุพัฒนพงษ์” แจงเยียวยาแค่ 3,500 เหตุไม่ได้ล็อกดาวน์ คนเดือดร้อนไม่มากเท่ารอบแรก

“สุพัฒนพงษ์” ชี้ เยียวยาโควิด 3,500 บาท เพราะสถานการณ์แตกต่างจากการระบาดรอบแรก ธุรกิจยังเดินหน้าได้ เพราะไม่ได้ล็อกดาวน์

 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 มกราคม ที่กระทรวงมหาดไทย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงถึงความชัดเจนของรัฐบาลในการจ่ายเงินเยียวยา ประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด-19 รายละ 3500 บาท หลังมีกระแสข่าวว่าจะมีการเยียวยาเฉพาะ 28 จังหวัดเสี่ยง ว่า วันนี้จะประชุมกันถึงรายละเอียดการเยียวยา ว่าเป้าหมายจะเป็นคนกลุ่มใด จะเยียวยาในวงเงินเท่าไหร่ วิธีใด ระยะเวลาเท่าไหร่ จังหวัดใดบ้าง ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด โดยต้องลงรายละเอียด ซึ่งนายกฯ ได้ให้ทิศทางกรอบนโยบายไว้ ทั้งนี้รัฐบาลได้มีการมาตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วไม่ใช่เพิ่งมาเตรียมการ เราทำเป็นขั้นตอน หากย้อนดูตั้งแต่ธันวาคม 63 จะเห็นว่ารัฐบาลเตรียมการในหลายเรื่อง เพราะเรารู้ว่าการควบคุมการระบาดโควิดเป็นเรื่องไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้

 

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านออกมาวิจารณ์การเยียวยาในครั้งนี้ว่าใช้งบประมาณน้อยกว่ารอบที่แล้วและดำเนินการเยียวยาเพียง 2 เดือนนั้น นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า โควิด-19 รอบนี้มีความแตกต่างจากรอบแรก โดยรอบนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องล็อกดาวน์ ภายในประเทศ เหมือนรอบแรก ซึ่งได้นำประสบการณ์มาใช้ควบคุมตามลำดับจากเบาไปหาหนัก และลดจากหนักไปหาเบาได้อย่างไร รวมถึงภาคประชาชนเองได้เรียนรู้ถึงการป้องกันตัวเองได้ วันนี้รัฐบาลจึงเลือกที่จะไม่ล็อกดาวน์ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้ ชีวิตประจำวันทุกอย่างเกือบจะเป็นปกติ มีเพียงระยะเวลาของร้านอาหารที่ปิดในเวลา 21.00 น. ฉะนั้นการเยียวยาจำนวนเงินไม่จำเป็น เพราะผู้ได้รับความเดือดร้อนไม่ได้มากเท่ากับรอบแรก แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจเมื่อให้ไปแล้วก็จะมีการติดตามดูความผาสุกความพร้อมของประชาชน และเราจะประคับประคองให้ประเทศไทยผ่านเหตุการณ์นี้ไปให้ได้ ทั้งนี้ไม่ว่าจะจ่ายเงินไปเท่าไหร่ หากสถานภาพการเงินไทยไทยอ่อนแอ ทันทีที่โควิดจบเราจะเติบโตได้ยาก

บทความน่าสนใจอื่นๆ

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง