ไขข้อสงสัย “กินผักสดมากเกิน” เป็นสาเหตุเสี่ยงโรคไวรัสตับอักเสบอีจริงหรือ?

ไขข้อสงสัย กินผักสดมากเกิน อาจเป็นสาเหตุของโรคไวรัสตับอักเสบอี?
รอบรู้ข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง ตามนโยบาย “รอบรู้เพื่ออยู่อย่างมีคุณภาพชีวิต” อย่าหลงเชื่อ! ข่าวปลอมออนไลน์ กรณีมีข้อความแชร์ว่า "กินผักสดมากเกิน อาจเป็นสาเหตุของโรคไวรัสตับอักเสบอี"
กรมอนามัย ชี้แจงแล้วว่า "ไม่เป็นความจริง!" โรคไวรัสตับอักเสบอี (HEV) เกิดจากการติดเชื้อผ่านระบบทางเดินอาหาร (fecal–oral route) ที่ทำให้ตับเกิดการอักเสบ
สาเหตุหลัก ไม่ได้มาจากการกินผักสด
สาเหตุหลัก ไม่ได้มาจากการกินผักสด แต่เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส เช่น:
- ดื่มน้ำหรือน้ำแข็งจากแหล่งที่ไม่สะอาด
- ทานผัก-ผลไม้ที่ล้างไม่สะอาด
- ทานเนื้อสัตว์แบบปรุงสุก ๆ ดิบ ๆ
5 วิธีป้องกันเชื้อไวรัสและดูแลสุขอนามัยง่าย ๆ
- ทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด เลี่ยงเนื้อสัตว์กึ่งสุกกึ่งดิบ
- ดื่มน้ำและทานน้ำแข็งที่สะอาด จากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน
- ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด ทั้งก่อนทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- ดูแลสุขอนามัยในการประกอบและเก็บรักษาอาหาร เพื่อป้องกันการปนเปื้อน
3 วิธีล้างผักให้ปลอดภัย สไตล์กรมอนามัย
- ล้างผ่านน้ำไหล: แช่ผักในน้ำ 10–15 นาที แล้วเปิดน้ำไหลผ่านพร้อมคลี่ใบผักถูเบา ๆ นาน 1–2 นาที
- แช่น้ำส้มสายชู: ใช้ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 10–15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
- แช่เบกกิ้งโซดา (ผงฟู): ใช้ ½ ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 10–15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
สัญญาณเตือน... รีบพบแพทย์ทันที!
หากมีอาการใกล้เคียง เช่น อ่อนเพลียมาก , ปัสสาวะสีเข้ม, อุจจาระซีด, ปวดชายโครงขวา , เบื่ออาหาร หรือตัวเหลือง ตาเหลือง ควรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและป้องกันภาวะแทรกซ้อนทันที
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
