กทม. เตรียมถกเข้มรับสงกรานต์ ตั้ง 37 จุดตรวจทั่วกรุง

กทม. เตรียมถกเข้มรับสงกรานต์ ตั้ง 37 จุดตรวจทั่วกรุง
TNN ช่อง16
18 มีนาคม 2564 ( 12:59 )
78
กทม. เตรียมถกเข้มรับสงกรานต์ ตั้ง 37 จุดตรวจทั่วกรุง

วันนี้( 18 มี.ค.64) กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรุงเทพมหานคร เตรียมประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ เพื่อหารือแนวทางควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2564 ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะรณรงค์ “ขับไม่ดื่มดื่มไม่ขับ” และเน้นมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ร่วมด้วย 


ขณะเดียวกันจะบูรณาการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการลดอุบัติเหตุทางถนนร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนของกรุงเทพมหานคร (ศป.ปถ.กทม.) โดยแยกผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ให้ขับขี่ยานพาหนะและประสานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมรณรงค์ดูแลความปลอดภัยของประชาชน 

 

นอกจากนั้น จะประชาสัมพันธ์และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ปฏิบัติตามกฎหมายทั้งก่อนและระหว่างช่วงเทศกาลสงกรานต์ อีกทั้งจัดทำประกาศสำนักงานเขต เรื่องมาตรการสงกรานต์ กทม.ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปลอดไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ปี 2564 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้า สถานประกอบการ รวมถึงประชาชนทราบและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด


ส่วนในด้านการรักษาความปลอดภัย สำนักเทศกิจ ได้จัดทำแผนรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจรและดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยในช่วงเทศกาลสงกรานต์  ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2564 ซึ่งจะตั้งจุดบริการประชาชนและจุดตรวจความปลอดภัย หรือความมั่นคง บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ทหาร ตำรวจ อปพร. หน่วยแพทย์อนามัย เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างปลอดภัย 


ส่วนสำนักงานเขตจัดทำแผนระดับเขตดูแลการจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้ปลอดภัยและปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจุดบริการประชาชนจะอยู่ที่ ถนนสายหลักเส้นทางเข้า-ออกกรุงเทพฯ สถานีขนส่งหมอชิต สถานีขนส่งสายใต้ใหม่-สายใต้เก่า และสถานีขนส่งเอกมัย 


นอกจากนั้น ยังตั้งจุดตรวจความปลอดภัย หรือความมั่นคง เพื่อเฝ้าระวังและแก้ไขเหตุการณ์ในพื้นที่เขตต่างๆ รวม 37 จุด และจุดที่กำหนดให้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมทั้งของภาครัฐและเอกชน โดยกวดขันให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด




ข่าวที่เกี่ยวข้อง