รีเซต

SCGP โชว์กำไรปี 2568 แตะ 4,069 ล้านบาท โต 10% เคาะจ่ายงวดสุดท้าย 0.35 บาทต่อหุ้น

SCGP โชว์กำไรปี 2568 แตะ 4,069 ล้านบาท โต 10% เคาะจ่ายงวดสุดท้าย 0.35 บาทต่อหุ้น
ทันหุ้น
27 มกราคม 2569 ( 12:48 )

#ทันหุ้น #2026 #SET #SCGP โชว์กำไรปี 2568 แตะ 4,069 ล้านบาท โต 10% เคาะจ่ายงวดสุดท้าย 0.35 บาทต่อหุ้น

บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) สรุปผลการดำเนินงานของ SCGP ปี 2568 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 124,374 ล้านบาท ลดลง 6% จากปีก่อน โดยรายได้จากการขายที่ลดลงเป็นผลมาจากราคาขายที่ปรับลดลง 8% ในทุกกลุ่มธุรกิจ ตามสภาวะตลาดในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายขยายตัวเพิ่มขึ้น 4% จากความต้องการภายในประเทศที่แข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน EBITDA อยู่ที่ 17,210 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไร EBITDA ที่ 14% ขณะที่กำไรสำหรับปีอยู่ที่ 4,069 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิ 3% โดยการเพิ่มขึ้นของกำไรเป็นผลจากการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (Recovered Paper: RCP) และต้นทุนพลังงานในทุกประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจ

สรุปผลการดำเนินงานของ SCGP ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 (หน่วย: ล้านบาท)

รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 30,170 ล้านบาท ลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากราคาขายที่ปรับลดลง แม้ปริมาณการขายจะปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยปริมาณการขายในประเทศคิดเป็นสัดส่วน 82% ของปริมาณการขายรวม พร้อมทั้งได้รับประโยชน์จากการผนึกความสามารถร่วมกันภายในองค์กร EBITDA อยู่ที่ 4,567 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน คิดเป็นอัตรากำไร EBITDA ที่ 15% กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 1,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 4 ของปีก่อนซึ่งขาดทุน 57 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 27% จากไตรมาสก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 4% การเพิ่มขึ้นของกำไรเป็นผลจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ 

โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล นอกจากนี้ กำไรสุทธิยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายการพิเศษ ได้แก่ รายการที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมควบรวมกิจการจำนวน 1,072 ล้านบาท ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กรและพลังงาน รวมถึงการกลับรายการภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี รวมทั้งสิ้น 662 ล้านบาท

การจ่ายเงินปันผลประจำปี

จากผลการดำเนินงานปี 2568 คณะกรรมการบริษัทมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 และจะจ่ายเงินปันผลส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท ในวันที่ 21 เมษายน 2569 ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผลวันที่ 1 เมษายน 2569 ทั้งนี้ หุ้นจะขึ้นเครื่องหมาย XD หรือวันไม่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 31 มีนาคม 2569

ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานหรือการเติบโตในอนาคตในปี 2569 เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะยังเติบโตต่อเนื่อง แม้ยังมีความกังวลจากความไม่แน่นอนด้านการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดำเนินอยู่ เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาคาดว่าจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากอัตราเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายและมาตรการทางการคลังที่ช่วยค้ำจุนการบริโภคและการลงทุน ขณะที่ยุโรปคาดว่าจะเติบโตเล็กน้อย จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการคลังที่เอื้ออำนวย แม้แรงกดดันจากการค้าระหว่างประเทศยังคงเป็นความท้าทาย ส่วนเศรษฐกิจจีนคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง 

ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และปัจจัยลบจากภายนอก แม้ว่าการส่งออก โดยเฉพาะไปยังตลาดนอกสหรัฐอเมริกา จะช่วยสนับสนุนการเติบโต แต่อาจสูญเสียแรงส่งบางส่วน ขณะที่ภูมิภาคอาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและโดดเด่น จากแรงขับเคลื่อนของการบริโภคภายในประเทศ ความสามารถในการผลิต และการบูรณาการของห่วงโซ่อุปทานโลก อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงทางการเมืองและเสถียรภาพทางการเงินยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องติดตาม

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ความต้องการสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน ยังคงแข็งแกร่ง จากแรงหนุนของการบริโภคภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ในขณะที่ความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าคงทนมีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากผู้บริโภคยังใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ด้านต้นทุน ราคาวัตถุดิบโดยเฉพาะกระดาษรีไซเคิลคาดว่าจะทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากอุปสงค์ในภูมิภาคที่สูงขึ้น ประกอบกับมาตรการจำกัดการนำเข้าเยื่อรีไซเคิลของจีน ซึ่งส่งผลให้อุปสงค์ต่อการส่งออกกระดาษบรรจุภัณฑ์ไปจีนเพิ่มขึ้น ค่าขนส่งยังมีความผันผวนตามการปรับโครงสร้างโลจิสติกส์ ขณะที่ต้นทุนพลังงานคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงสร้างความไม่แน่นอน

SCGP ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยืดหยุ่นและการยกระดับผลกำไร ผ่านการเสริมสร้างความเป็นผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่เน้นนวัตกรรมและความยั่งยืน โดยขยายธุรกิจทั้งในรูปแบบการเติบโตจากภายใน (Organic Expansion) และการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ (Merger and Partnership: M&P) โดยเฉพาะในธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคและตลาดที่มีศักยภาพการเติบโต พร้อมกันนี้ บริษัทมุ่งเพิ่มผลกำไรผ่านการบริหารพอร์ตสินค้าให้เหมาะสม และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงทางการเงิน ด้วยการบริหารเงินทุนหมุนเวียนอย่างมีวินัยและการลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อคงความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด

ในด้านการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน SCGP เดินหน้าขับเคลื่อนประสิทธิภาพด้านต้นทุน ด้วยการขยายเครือข่ายการจัดหากระดาษรีไซเคิลในประเทศทั่วภูมิภาคอาเซียน เสริมความร่วมมือกับบริษัทในเครือในยุโรปและสหรัฐอเมริกา พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ด้าน ESG และการพัฒนาบุคลากร SCGP ยังคงมุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายที่กำหนด โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 25% ภายในปี 2573 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 รวมถึงเป้าหมายให้บรรจุภัณฑ์ 100% สามารถรีไซเคิล นำกลับมาใช้ใหม่ หรือย่อยสลายได้ทางชีวภาพภายในปี 2573 สะท้อนความมุ่งมั่นสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาวะผู้นำและการมีส่วนร่วมของพนักงาน เพื่อยกระดับทักษะและศักยภาพของบุคลากรอย่างเป็นระบบ รองรับความท้าทายในอนาคตทั่วทั้งองค์กร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง