"รักษาโรคผนังหัวใจรั่ว ASD" ผ่านสายสวนเป็นรายแรก รพ.นพรัตนราชธานี โชว์ศักยภาพ! ประสบความสำเร็จ!

โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ ประสบความสำเร็จ ในการให้บริการรักษาโรคผนังหัวใจรั่วชนิด ASD ผ่านสายสวนเป็นรายแรก
โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ ประกาศความสำเร็จในการเริ่มให้บริการรักษา "โรคผนังหัวใจรั่วชนิด ASD" (Atrial Septal Defect Device Closure) ผ่านสายสวน โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งเป็นการรักษาที่ผู้ป่วยได้ประโยชน์ในการฟื้นตัวเร็ว แผลเล็ก และเสียเลือดน้อย
ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นำโดย พญ.สุทธินี สะอาดวงศ์ นพ.ดุษฎี เซียงหลอ และพญ.ตรีวรรณ ตัณฑดิลก รพ.นพรัตนฯ ร่วมกับ นพ.ภูริช สุลัญชุปกร และ พญ.จุฑาทิพย์ ณ วิทยานันท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันโรคทรวงอก และทีมสหวิชาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ
เพื่อเพิ่มโอกาสการรักษาให้ประชาชนในเขตกรุงเทพตะวันออกเข้าถึงบริการเฉพาะทางได้สะดวกรวดเร็วขึ้น พร้อมพัฒนาเป็นศูนย์กลางโรคหัวใจ (Cardiac Excellence Center) เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพประชาชนต่อไป
สำหรับการรักษาโรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว (Atrial Septal Defect หรือ ASD) ในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก โดยเฉพาะเทคนิค "การปิดรูรั่วผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด" (Transcatheter ASD Closure) ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงเพราะเจ็บตัวน้อย และฟื้นตัวไว
การรักษาด้วยวิธีนี้คืออะไร?
แทนที่จะต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกเพื่อเย็บปิดรูรั่ว แพทย์จะใช้อุปกรณ์พิเศษที่มีลักษณะคล้าย "ร่มคู่" (Occluder Device) ทำจากโลหะผสมนิกเกิลและไททาเนียม (Nitinol) สอดผ่านสายสวนเข้าไปเพื่ออุดรูรั่วที่ผนังหัวใจ
ใครที่เหมาะกับวิธีนี้?
-ผู้ที่มีรูรั่วชนิด Secundum ASD (ชนิดที่พบบ่อยที่สุด)
-รูรั่วมีขอบผนังโดยรอบแข็งแรงเพียงพอที่จะยึดเกาะอุปกรณ์ได้
-รูรั่วที่มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป (มักไม่เกิน 36-40 มม. ขึ้นอยู่กับสรีระ)
ข้อดีของการปิดรูรั่วผ่านสายสวน
เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด (Open Heart Surgery) วิธีนี้มีจุดเด่นชัดเจน ดังนี้
-ไม่มีแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ มีเพียงรอยเข็มเจาะเล็กๆ ที่ขาหนีบ
-ฟื้นตัวเร็ว โดยทั่วไปพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 1-2 คืน
-เจ็บตัวน้อยกว่า ลดความเสี่ยงจากการเสียเลือด และการติดเชื้อของแผลผ่าตัด
-กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ไว มักใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ในการกลับไปทำงานตามปกติ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
